สหรัฐฯ และแคนาดาระงับการเจรจาการค้า ก่อนที่ข้อพิพาทเรื่องภาษีนำเข้า 50% มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ จะลุกลามไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และเหล็กกล้า ทั้งสองฝ่ายต่างออกมาชี้แจงสาเหตุความล้มเหลวของการเจรจาต่างกัน โดยระบุเงื่อนไขช่วงโค้งสุดท้ายและข้อเรียกร้องเพิ่มเติมที่ไม่ตรงกัน
เจมิสัน เกรียร์(Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ(USTR) ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี(CNBC) เมื่อวันที่ 25 (เวลาเกาหลีใต้) ระบุว่าฝ่ายแคนาดาเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของการเจรจา เขากล่าวว่า “ในคืนวันที่ 18 ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันมากพอที่จะประกาศได้ว่าใกล้ถึงจุดที่จะบรรลุข้อตกลงกันแล้ว” คำพูดนี้สะท้อนมุมมองฝั่งสหรัฐฯ ว่าการเจรจาเคยใกล้ปิดดีลมากกว่าที่เป็นข่าวออกมาภายหลัง
เกรียร์กล่าวเสริมว่า “ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงสุดท้าย ดูเหมือนฝ่ายแคนาดาจะแค่... เอาจริงๆ ก็คือต้องการมากกว่านี้” ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าแคนาดายื่น ‘ข้อเรียกร้องเพิ่มเติม’ ในขั้นตอนสุดท้ายของการร่างข้อตกลง
เขาระบุจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งว่ามาจากการที่แคนาดาจำกัดการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รถยนต์ และผลิตภัณฑ์นมจากสหรัฐฯ พร้อมอธิบายว่าระหว่างการเจรจา สหรัฐฯ เคยเสนอลดภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมลงครึ่งหนึ่ง และลดภาษีรถยนต์ลงอย่างมาก รวมถึงพยายามรับข้อเรียกร้องบางส่วนของแคนาดาในเรื่องไม้แปรรูปสนด้วย
ฝ่ายแคนาดาให้คำอธิบายที่ต่างออกไป มาร์ก คาร์นีย์(Mark Carney) นายกรัฐมนตรีแคนาดา ระบุว่าสหรัฐฯ ยื่นเงื่อนไขที่ยากจะยอมรับได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเจรจา
แคนาดาเตรียมบังคับใช้ ‘ภาษีตอบโต้แบบดอลลาร์ต่อดอลลาร์’ กับสินค้าสหรัฐฯ อาทิ เหล็กกล้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์นม ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนเป็นต้นไป ก่อนหน้านี้โตเกนโพสต์เคยรายงานว่า แคนาดาประกาศเตรียมเก็บภาษีตอบโต้สินค้าจากสหรัฐฯ ไปแล้ว
สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษี 50% กับสินค้าแคนาดา มูลค่ารวม 2 หมื่นล้านดอลลาร์ อาทิ ผลิตภัณฑ์นมและไม้แปรรูป หลังการเจรจาล้มเหลวในคืนวันที่ 21 ทั้งสองฝ่ายเจรจากันอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 3 วัน แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้
มาตรการครั้งนี้ต่อเนื่องมาจากที่สหรัฐฯ เคยประกาศเตรียมเก็บภาษีเพิ่มเติม 50% กับสินค้านำเข้าบางส่วนจากแคนาดาไว้ก่อนหน้านี้ โดยโตเกนโพสต์เคยรายงานว่า การเจรจาของทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าปรับจูนกันในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงเส้นตายภาษี
ประเด็นข้อพิพาทมีมากกว่าเรื่องอัตราภาษีเดียว สหรัฐฯ หยิบยกมาตรการของแคนาดาที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์นม และรถยนต์ขึ้นมาเป็นปัญหา ขณะที่แคนาดายืนยันว่าการเปลี่ยนเงื่อนไขช่วงท้ายของสหรัฐฯ ทำให้สมดุลผลประโยชน์สุทธิของการเจรจาสั่นคลอน
ข้อพิพาทด้านภาษีขยายวงไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และเหล็กกล้า โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์(Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล(Truth Social) เมื่อวันที่ 25 (เวลาเกาหลีใต้) ระบุว่าจะเริ่มเก็บภาษี 50% กับรถยนต์ รถบรรทุก ชิ้นส่วนรถยนต์ และเหล็กกล้าจากแคนาดา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป
สำหรับผู้อ่านชาวไทย ห่วงโซ่อุปทานอเมริกาเหนือถือเป็นตัวแปรที่เกี่ยวข้องโดยตรง เนื่องจากการค้ายานยนต์และเหล็กกล้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาเชื่อมโยงกับการจัดหาชิ้นส่วนและสายการผลิตรถยนต์สำเร็จรูป หากมาตรการภาษีมีผลบังคับใช้จริง อาจส่งผลต่อแผนการผลิตในอเมริกาเหนือและต้นทุนการจัดหาวัตถุดิบ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีตัวเลขยืนยันแยกต่างหากว่าประเด็นนี้ส่งผลต่อราคาหรือปริมาณการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีมากน้อยเพียงใด กำหนดการที่ยืนยันแล้วในขณะนี้คือวันที่ 8 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่แคนาดาจะเริ่มบังคับใช้ภาษีตอบโต้ และวันที่ 1 มกราคม 2027 ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯ ประกาศจะเริ่มเก็บภาษีรถยนต์และเหล็กกล้า
ความคิดเห็น 0