ตลาดหุ้นนิวยอร์กสหรัฐฯ ปิดตลาดแบบผสมผสานเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น แต่ดัชนี S&P500 และดัชนีนาสแดก(Nasdaq) ปิดในแดนลบ ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำ (เมมโมรี่) ร่วงลงยกแผง
Jin10 ระบุว่าเมื่อสิ้นสุดการซื้อขายวันดังกล่าว ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 0.26% ดัชนี S&P500 ลดลง 0.28% และดัชนีนาสแดกลดลง 0.76% ในกลุ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำ ใบสำคัญแสดงสิทธิ ADR ของเอสเค ไฮนิกซ์(SK hynix·$SKHY) ร่วงลง 4.9% ไมครอน เทคโนโลยี(Micron Technology·$MU) ลดลง 5.8% และแซนดิสก์(SanDisk·$SNDK) ดิ่งลง 6.4%
หุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยเอ็นวิเดีย(Nvidia·$NVDA) และอินเทล(Intel·$INTC) ต่างร่วงลงเกือบ 3% ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความต่อเนื่องจากการร่วงลงพร้อมกันของหุ้นกลุ่มหน่วยความจำและสตอเรจทันทีหลังตลาดเปิดทำการเมื่อวันที่ 24ที่ลากยาวไปจนถึงช่วงปิดตลาด
หุ้นสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับจีนก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยดัชนีนาสแดก โกลเดน ดรากอน ไชน่า(Nasdaq Golden Dragon China Index) ลดลง 1.67% เน็ตอีส(NetEase·$NTES) ร่วงลง 4% และอาลีบาบา(Alibaba·$BABA) ลดลง 0.7%
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่สะท้อนทั้งการลงทุนด้านเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความคาดหวังด้านความต้องการศูนย์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม การขึ้นลงเพียงวันเดียวยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผลประกอบการของแต่ละบริษัทเปลี่ยนแปลงไปหรือความต้องการชะลอตัวลงจริง ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ทิศทางของดัชนีนาสแดกและหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์มักถูกใช้เป็นดัชนีเสริมเพื่อประเมินความสนใจในสินทรัพย์เสี่ยง แต่ผลกระทบโดยตรงต่อราคาบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ยังต้องมีการตรวจสอบแยกต่างหาก
ความคิดเห็น 0