ปริมาณการซื้อขายคริปโตทั่วโลกลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลกลับพุ่งขึ้น 21% ภายในสัปดาห์เดียว ทำให้เกิดคำถามใหม่ในตลาดว่าราคาที่ฟื้นตัวจะดึงแรงซื้อขายจริงกลับมาได้หรือไม่
โกลด์แมน แซคส์ ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ว่า ปริมาณการซื้อขายคริปโตลดลง 30% ในเดือนกรกฎาคม และลดลงอีก 21% ในเดือนสิงหาคม โดยแนวโน้มลดลงนี้ต่อเนื่องมาแล้ว 10 เดือน ตามรายงานของ TechFlow ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่ารอบขาลงครั้งนี้ยาวนานกว่าค่ากลาง (median) ของวัฏจักรลักษณะเดียวกัน 5 ครั้งที่ผ่านมา
ขนาดของการลดลงก็ไม่น้อยเช่นกัน โกลด์แมน แซคส์ วิเคราะห์ว่าปริมาณการซื้อขายในรอบนี้ลดลงถึง 75% จากจุดสูงสุด สะท้อนว่าแม้มูลค่าตลาดรวมของคริปโตจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ปริมาณการซื้อขายยังไม่ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน
โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่าหากระดับมูลค่าตลาดรวมในปัจจุบันสามารถประคองตัวได้ต่อไป ก็มี'ความเป็นไปได้'ที่ปริมาณการซื้อขายจะถึงจุดเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การฟันธงทิศทางราคา แต่เป็นการวิเคราะห์แบบมีเงื่อนไขว่าต้องติดตามว่าช่องว่างระหว่างมูลค่าตลาดกับกิจกรรมการซื้อขายจริงจะแคบลงหรือไม่
ประเด็นสำคัญของการพูดถึงจุดเปลี่ยนครั้งนี้อยู่ที่ 'กิจกรรมการซื้อขาย' มากกว่าราคา เนื่องจากรายได้ของเอ็กซ์เชนจ์และโบรกเกอร์คริปโตพึ่งพาค่าธรรมเนียมการซื้อขายเป็นสัดส่วนสูง หากมูลค่าตลาดฟื้นตัวแต่การซื้อขายจริงไม่เพิ่มขึ้น ผลประกอบการที่จะดีขึ้นตามอาจต้องใช้เวลา
การที่ปริมาณการซื้อขายลดลงต่อเนื่อง 10 เดือนถูกตีความว่าเป็นตัวชี้วัดช่องว่างระหว่างราคาที่ฟื้นตัวกับกิจกรรมการซื้อขายจริง ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการวิเคราะห์ที่ระบุว่าต้องดูตัวชี้วัดสภาพคล่อง ทั้งปริมาณการซื้อขายและกระแสเงินทุนไปพร้อมกัน
ปัจจัยด้านกฎระเบียบก็ถูกหยิบยกเป็นตัวแปรสำคัญเช่นกัน จากรายงานของโกลด์แมน แซคส์ นักลงทุนสถาบัน 35% ระบุว่าความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุด ขณะที่ 32% มองว่าความชัดเจนด้านกฎระเบียบคือปัจจัยเร่งอันดับแรก
รายงานยังกล่าวถึงข้อเสนอยกเว้นกฎเกณฑ์เพื่อส่งเสริมนวัตกรรม (innovation exemption) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC), การที่หน่วยงานกำกับดูแลธนาคารของสหรัฐฯ หรือ OCC อนุมัติใบอนุญาตธนาคารให้บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 10 แห่งในปี 2026 และการที่บริษัทคริปโตมากกว่า 15 แห่งเข้าสู่ระบบธนาคารกลางของรัฐบาลกลาง โดยวิเคราะห์ว่าการเข้าร่วมของเงินทุนสถาบันเชื่อมโยงอยู่กับการปรับปรุงกรอบกฎระเบียบ
ด้านโครงสร้างต้นทุนก็มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โกลด์แมน แซคส์ วิเคราะห์ว่าบริษัทคริปโตปรับลดต้นทุนลงเฉลี่ยราว 5% ในปี 2026 ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานดีขึ้นราว 5.8 จุดเปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าการลดต้นทุนกลายเป็นเครื่องมือปกป้องความสามารถในการทำกำไรในช่วงที่ปริมาณการซื้อขายลดลง
อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ใช้คำว่า 'มองบวกอย่างระมัดระวัง' สำหรับมุมมองครึ่งปีหลัง โดยประเมินว่ามูลค่าบริษัทในกลุ่มนี้อยู่ที่เปอร์เซ็นไทล์ 30 เมื่อเทียบกับข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งไม่ใช่การฟันธงว่าราคาจะปรับขึ้น แต่หมายความว่าต้องติดตามทั้งการฟื้นตัวของปริมาณการซื้อขาย การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ และผลของการลดต้นทุนไปพร้อมกัน
สำหรับนักลงทุนไทย การฟื้นตัวของปริมาณการซื้อขายก็เป็นตัวชี้วัดสำคัญเช่นกัน แม้ราคาบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) จะยังฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่รายได้ของเอ็กซ์เชนจ์ การเข้าร่วมของนักลงทุนสถาบัน และการฟื้นตัวของสภาพคล่อง ยังต้องติดตามแยกต่างหาก
ความเป็นไปได้ของจุดเปลี่ยนที่รายงานฉบับนี้ระบุไว้ขึ้นอยู่กับว่าแนวโน้มปริมาณการซื้อขายที่ลดลงจะหยุดลงหรือไม่ ส่วนคำถามที่ว่ามูลค่าตลาดที่ฟื้นตัวจะนำไปสู่การซื้อขายจริงที่เพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น จะได้รับการยืนยันอีกครั้งจากตัวเลขปริมาณการซื้อขายรายเดือนถัดไป
ความคิดเห็น 0