ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีความผันผวน (VIX) เริ่มสะท้อนความต้องการป้องกันความเสี่ยงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ โดยสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2026 มีราคาสูงกว่าสัญญาส่งมอบเดือนกันยายน สะท้อนว่าตลาดเริ่มแยกกำหนดราคาความไม่แน่นอนช่วงก่อนและหลังวันเลือกตั้งออกมาเป็นสัดส่วนเฉพาะ
บล็อกบีตส์(BlockBeats) รายงานเมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) ว่าสัญญา VIX ล่วงหน้าที่ครบกำหนดเดือนกันยายน 2026 อยู่ที่ประมาณ 17.4 จุด ส่วนสัญญาเดือนตุลาคมอยู่ที่ 19 จุด และสัญญาเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 19.7 จุด ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งมากเท่าไหร่ ราคาสัญญาก็ยิ่งสูงขึ้นตามลำดับ
รายงานระบุว่าในตลาดอนุพันธ์หุ้น นักลงทุนเริ่มขยับป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งกลางเทอม โดยนักเทรดความผันผวนนำความต้องการป้องกันการแกว่งตัวของดัชนีเอสแอนด์พี 500(S&P 500) ช่วงเลือกตั้งไปสะท้อนไว้ในราคาสัญญา VIX ล่วงหน้า
สัญญา VIX ล่วงหน้าเป็นอนุพันธ์ที่สะท้อนความคาดหวังความผันผวนของดัชนีเอสแอนด์พี 500 ในช่วง 30 วันข้างหน้านับจากวันครบกำหนด ต่างจากดัชนี VIX ที่ซื้อขายจริงซึ่งบอกความคาดหวังความผันผวนระยะสั้น ณ ปัจจุบัน ราคาสัญญาล่วงหน้าตามแต่ละเดือนจึงบอกได้ว่าตลาดให้ 'ค่าความเสี่ยงพิเศษ' ไปติดอยู่กับช่วงเวลาไหนมากที่สุด
โครงสร้างราคาครั้งนี้เป็นแบบสัญญาที่ครบกำหนดเดือนหลังมีราคาสูงกว่าสัญญาที่ใกล้ครบกำหนด หรือที่เรียกว่าภาวะ 'คอนแทงโก' ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อตลาดให้ราคาความเป็นไปได้ที่ความผันผวนจะเพิ่มขึ้นหลังเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งไว้สูงกว่าปกติ
แมทธิว ทอมป์สัน(Matthew Thompson) ผู้จัดการพอร์ตร่วมของลิตเทิลฮาร์เบอร์แอดไวเซอร์ส(Little Harbor Advisors) กล่าวว่า “การเลือกตั้งสหรัฐใกล้เข้ามาจนเข้าสู่ช่วงเวลาที่อาจส่งผลต่อ VIX แล้ว และเราก็เริ่มเห็นความชันแบบ 'เอียงขึ้น' นี้ในโครงสร้างช่วงเวลาของสัญญา VIX ล่วงหน้า” คำพูดนี้ชี้ว่าตลาดกำลังใส่ราคาความไม่แน่นอนช่วงก่อนและหลังเลือกตั้งเข้าไปล่วงหน้า มากกว่าจะเดิมพันกับผลการเลือกตั้งโดยตรง
บล็อกบีตส์รายงานว่าแม้ผลประกอบการของเอ็นวิเดีย(NVDA) และสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ที่งานประชุมแจ็กสันโฮลจะเป็นประเด็นที่นักลงทุนจับตาในสัปดาห์นี้ แต่นักเทรดความผันผวนก็เตรียมรับมือความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนไว้ล่วงหน้าแล้ว สะท้อนว่าตารางการเมืองเริ่มถูกนำไปคิดรวมในราคาอนุพันธ์ ไม่ใช่แค่ผลประกอบการระยะสั้นหรือทิศทางนโยบายการเงินเท่านั้น
งานวิจัยของ Cboe โกลบอลมาร์เก็ตส์(Cboe Global Markets) ก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าปีที่มีการเลือกตั้งกลางเทอมมักมีความผันผวนเพิ่มขึ้น โดยนับตั้งแต่ปี 1945 เป็นต้นมา ปีเลือกตั้งกลางเทอมถึง 80% มีความผันผวนจริงสูงกว่าปีก่อนหน้า และค่าเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.5 จุดความผันผวน
ในปีที่พรรคเดียวกันครองทั้งทำเนียบขาวและสภาคองเกรส ความผันผวนจริงเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 6 จุดความผันผวน ตัวเลขนี้ถูกตีความว่าสะท้อนความกังวลว่าเมื่ออำนาจการเมืองกระจุกตัวอยู่กับพรรคเดียว ทิศทางนโยบายอาจแกว่งตัวแรงกว่าปกติตามผลการเลือกตั้ง
ครั้งนี้ก็เช่นกัน สัญญาส่งมอบเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนมีราคาสูงกว่าสัญญาเดือนกันยายน สะท้อนว่าตลาดแยกกำหนดราคาช่วงก่อนและหลังเลือกตั้งออกมาต่างหาก ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ที่พบว่าดัชนี VIX มักขยับสูงกว่าปกติในช่วง 100-75 วันก่อนวันเลือกตั้ง ก่อนจะปรับตัวลงตั้งแต่ 50 วันก่อนหน้า
สำหรับตลาดคริปโต ตัวเลขชุดนี้ถูกมองเป็นตัวแปรทางอ้อม เพราะบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ดัชนี VIX เองก็ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความผันผวนคาดการณ์ระยะสั้น เพื่อประเมินอารมณ์ตลาดที่มีต่อสินทรัพย์เสี่ยง
อย่างไรก็ตาม การที่เส้นโครงสร้างราคาสัญญา VIX ล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าราคาบิตคอยน์หรืออีเธอเรียมจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งโดยเฉพาะ ตัวเลขชุดนี้ควรมองเป็นสัญญาณว่าต้นทุนป้องกันความเสี่ยงช่วงก่อนและหลังเลือกตั้งถูกใส่ไว้ในสัญญาที่ครบกำหนดหลังมากกว่า มากกว่าจะเป็นการคาดการณ์ทิศทางราคาสินทรัพย์โดยตรง
ความคิดเห็น 0