หน่วยข่าวกรองยูเครนเตือนว่า การโจมตีระบบไฟฟ้าของรัสเซียในฤดูหนาวนี้อาจขยายเป้าหมายจากโรงไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้าย่อย ไปสู่ตัวเสาไฟฟ้าแรงสูงโดยตรง โดยมีการพูดถึงโดรนรุ่นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อตัดโครงสร้างเสาที่รองรับสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ทำให้ประเด็นการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและความร้อนกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง
วาดิม สคีบิตสกี (Vadym Skibitskyi) รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาโหมยูเครน ให้สัมภาษณ์กับ RBC-Ukraine ว่ารัสเซียได้พัฒนาโดรนไร้คนขับสำหรับโจมตีเสาที่รองรับสายส่งไฟฟ้าโดยเฉพาะ เขากล่าวว่า “ที่ปีกของโดรนมีชิ้นส่วนระเบิดที่สามารถตัดโลหะได้” คำให้สัมภาษณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าอาวุธดังกล่าวอาจถูกออกแบบมาเพื่อตัดขาดสายส่งไฟฟ้าเป็นจุดๆ มากกว่าจะทำลายสถานีทั้งแห่งด้วยแรงระเบิดเพียงจุดเดียว
คำให้สัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการตอบคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายและยุทธวิธีของกองทัพรัสเซียในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ด้าน TechRadar ซึ่งรายงานเนื้อหาการสัมภาษณ์นี้ต่อ ระบุว่ารัสเซียอาจกำลังปรับเปลี่ยนวิธีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในช่วงฤดูหนาว
สคีบิตสกี ระบุว่าเป้าหมายของกองทัพรัสเซียจะยังคงเป็นภาคอุตสาหกรรมกลาโหม สถานที่ทางทหาร พลังงาน ระบบขนส่ง และสถานีบริการน้ำมัน โดยในช่วงฤดูหนาว ระบบไฟฟ้าและความร้อนอาจกลายเป็นจุดอ่อนที่ถูกเลือกโจมตี
เขายังกล่าวถึงระบบประปาและเครือข่ายขนส่งก๊าซว่าเป็นเป้าหมายเสี่ยงเช่นกัน พร้อมระบุว่าโรงงานผลิตก๊าซในภูมิภาคโปลตาวาและคาร์คิฟก็เป็นสถานที่ที่อาจถูกโจมตีได้เช่นกัน
ประเด็นสำคัญของคำให้สัมภาษณ์ครั้งนี้คือ เป้าหมายการโจมตีอาจไม่จำกัดอยู่แค่โรงไฟฟ้าหรือสถานีไฟฟ้าย่อยอีกต่อไป เพราะเสาไฟฟ้าแรงสูงคือเส้นทางกายภาพที่ส่งกระแสไฟฟ้าไปยังแต่ละพื้นที่ และกระจายตัวอยู่ในบริเวณกว้างกว่าสถานีไฟฟ้าย่อยมาก โดยเฉพาะส่วนที่อยู่นอกเขตเมือง ซึ่งการป้องกันและซ่อมแซมทำได้ยากกว่า
หากโดรนถูกออกแบบมาเพื่อตัดโครงสร้างโลหะโดยเฉพาะ ลักษณะการโจมตีก็อาจแตกต่างจากการทำลายอุปกรณ์ด้วยแรงระเบิดเพียงจุดเดียว และอาจมุ่งเน้นไปที่การตัดขาดกระแสไฟฟ้าบางช่วงของโครงข่ายแทน
อย่างไรก็ตาม หน่วยข่าวกรองยูเครนยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคหรือหลักฐานภาพของโดรนดังกล่าว ข้อมูลที่ยืนยันได้ในขณะนี้จึงจำกัดอยู่เพียงคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองยูเครนเท่านั้น
การโจมตีเสาไฟฟ้าแรงสูงถือเป็นภาระหนักสำหรับฝ่ายป้องกัน เนื่องจากโรงไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้าย่อยเป็นจุดสำคัญที่สามารถรวมกำลังป้องกันได้ ขณะที่สายส่งไฟฟ้าทอดยาวเป็นระยะทางไกล ทำให้ยากที่จะป้องกันทุกจุดในระดับเดียวกัน
ระบบไฟฟ้าในช่วงฤดูหนาวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทั้งชีวิตประจำวันของประชาชนและปฏิบัติการทางทหารต้องพึ่งพา หากไฟฟ้าขัดข้อง ระบบความร้อน การสื่อสาร ประปา และการขนส่งก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย ทำให้การป้องกันโครงสร้างพื้นฐานยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
ตลอดสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน บทบาทของโดรนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัสเซียใช้โดรนตระกูลชาเฮด (Shahed) ที่ออกแบบโดยอิหร่านมาโดยตลอด ขณะที่ยูเครนก็ขยายการโจมตีด้วยโดรนพิสัยไกลเข้าไปยังโรงกลั่นน้ำมันและจุดขนส่งสำคัญในพื้นที่ลึกของรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ ทีมข่าวเคยรายงานกรณีที่ยูเครนระบุว่าได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันในแคว้นซามาราของรัสเซียด้วยโดรน ซึ่งฝ่ายรัสเซียยอมรับว่ามีความเสียหายต่อโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้า แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นโรงกลั่นแห่งเดียวกับที่ยูเครนระบุหรือไม่
ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับการขยายการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนเข้าไปยังพื้นที่ลึกในดินแดนรัสเซีย เมื่อสงครามยืดเยื้อ ทั้งสองฝ่ายต่างมองว่าเชื้อเพลิง ระบบขนส่ง และเครือข่ายส่งกำลังบำรุง เป็นส่วนหนึ่งของขีดความสามารถในการทำสงคราม ไม่ใช่แค่การสู้รบในแนวหน้าเท่านั้น
TechRadar รายงานว่า รัสเซียและยูเครนยังคงใช้อาวุธต้นทุนต่ำ รวมถึงโดรน ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ และภายใต้แนวโน้มนี้ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบขนส่งก็กลายเป็นเป้าหมายหลักของทั้งสองฝ่าย
ยังไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรงกับตลาดคริปโต ส่วนผลกระทบที่อาจมีต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) นั้น ยังต้องติดตามสถานการณ์การสู้รบ ราคาพลังงาน และมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องต่อไป
ความคิดเห็น 0