Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

FOMO แพลตฟอร์มโซเชียลเทรดดิ้งคริปโต ผู้ใช้ใหม่พุ่งเฉลี่ย 30 คนต่อนาที

แพลตฟอร์มโซเชียลเทรดดิ้งคริปโต FOMO กำลังดึงนักเทรดตลาดรอง (secondary market) และนักเทรดอนุพันธ์เข้ามาใช้งาน ไม่ใช่แค่กลุ่มผู้เล่นมีมคอยน์เหมือนก่อน จุดขายหลักของบริการนี้คือการดูพฤติกรรมของนักเทรดคนอื่นก่อนดูกราฟราคา

ไบต์อาย(Biteye) เขียนบทความให้กับ PANews โดยอ้างคำพูดของผู้ใช้ชื่อ @seyong ระบุว่า FOMO มีผู้ใช้ใหม่เข้าระบบเฉลี่ย 30 คนต่อนาที บทความระบุว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่คนเทรดมีมคอยน์ แต่นักเทรดตลาดรองและนักเทรดอนุพันธ์ก็เริ่มหันมาใช้ FOMO เช่นกัน

จุดต่างของ FOMO คือแทนที่จะให้ผู้ใช้เลือกโทเคนก่อน แพลตฟอร์มจะโฟกัสที่การติดตามว่า 'ใครกำลังซื้ออะไรอยู่' แนวทางนี้สะท้อนว่าการแข่งขันด้านฟีเจอร์โซเชียลที่ใช้ดึงนักเทรดให้อยู่กับแพลตฟอร์มกำลังขยายตัวต่อจากยุคแข่งกันออกโทเคนใหม่

ในฟีดข้อมูลของแพลตฟอร์ม ผู้ใช้สามารถปรับตัวกรองตามเทรนด์การเทรด แนวคิดการลงทุน ธุรกรรมที่มีผู้ใช้หลายคนเข้าซื้อพร้อมกัน และนักเทรดหน้าใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัว บทความอธิบายว่าหากดูการแจ้งเตือนขายทิ้ง โทเคนขึ้นใหม่ ราคาพุ่ง และแจ้งเตือนทำกำไรพร้อมกันทั้งหมด สัญญาณอาจปนกันจนตีความยาก

ลักษณะนี้สะท้อนแก่นของ 'โซเชียลเทรดดิ้ง' ได้ชัดเจน คือการอ้างอิงประวัติการเทรด กระแสการถือครอง และแนวคิดการลงทุนของนักเทรดคนอื่นเพื่อหาข้อมูลตลาด ไม่ได้หมายความว่าปล่อยให้ระบบตัดสินใจแทนโดยอัตโนมัติ แต่เป็นเครื่องมือช่วยลดต้นทุนในการค้นหาข้อมูล

ฟีเจอร์ใหม่อย่างแคลนส์(Clans) เปิดให้นักเทรดหลายคนรวมทีมเคลื่อนไหวไปด้วยกัน บทความระบุว่าผู้ใช้สามารถดูได้ทั้งการเทรดของนักเทรดรายบุคคลและของกลุ่มนักเทรดพร้อมแนวคิดเบื้องหลัง

อย่างไรก็ตาม การดูอันดับกำไรขาดทุน (PnL) ของทีมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะโพซิชันขนาดใหญ่เพียงหนึ่งหรือสองรายการ หรือกำไรก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียว ก็สามารถดันอันดับขึ้นได้ บทความแนะนำว่าควรตรวจสอบประวัติการเทรดล่าสุดประกอบด้วย

บทความยังแนะนำว่าเวลาดูฟีเจอร์แคลนส์ ควรดูทั้งกระแสกิจกรรมย้อนหลัง 7 วันและ 30 วัน พร้อมดูว่าสมาชิกคนไหนอธิบายเหตุผลการเทรดไว้ด้วย เช่น ดูว่าก่อนราคาโทเคนใดจะขยับแรง มีสมาชิกหลักราว 2-3 คนทยอยเข้าซื้อตามลำดับหรือไม่

ความล่าช้าของการแจ้งเตือนก็เป็นอีกตัวแปรที่ต้องระวัง บทความชี้ว่าสัญญาณจาก FOMO อาจใช้เวลากว่าจะส่งถึงผู้ใช้ หากราคาที่เข้าซื้อกับราคาปัจจุบันต่างกันถึง 10-20% ก็ไม่ควรมองว่าเป็นดีลเดียวกันอีกต่อไป

ฟีเจอร์ค้นหาโทเคนของ FOMO แบ่งเป็น 5 แท็บ ได้แก่ Crypto, Trending, Most Held, Graduated และ Gainers โดยแท็บ Crypto เป็นพื้นที่ดูเหรียญหลักอย่างโซลานา(SOL) และอีเธอเรียม(ETH)

แท็บ Trending แสดงโทเคนที่มีการเทรดหนาแน่นในวันนั้น ส่วน Most Held ใช้ตรวจดูโทเคนที่ผู้ใช้ซื้อแล้วยังถือต่อเนื่อง ขณะที่ Graduated แสดงโทเคนใหม่ที่เพิ่งย้ายจากตลาดภายในแพลตฟอร์มออกมาเทรดในตลาดเปิด

แท็บ Gainers ใช้ดูโทเคนที่ราคาปรับขึ้นสูงสุด บทความแนะนำลำดับการใช้งานว่า เริ่มจากดูโทเคนใหม่ในแท็บ Graduated จากนั้นเช็กระดับความสนใจในแท็บ Trending ตามด้วยดูกระแสการถือครองในแท็บ Most Held และปิดท้ายด้วยแท็บ Gainers เพื่อดูว่าราคาขยับไปมากแล้วหรือยัง

การเติบโตของ FOMO สอดคล้องกับทิศทางที่แอปเทรดบนบล็อกเชน (on-chain) กำลังขยายบทบาทเป็นบริการสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ที่รวมกระเป๋าเงิน การเทรด การชำระเงิน และฟีดผู้ใช้ไว้ในหน้าจอเดียว ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าจำนวนนักเทรดที่ใช้งานต่อวันของ FOMOทะลุ 100,000 คนเป็นครั้งแรก

ประเด็นสำคัญสำหรับผู้อ่านคือ FOMO ถูกนำเสนอในฐานะเครื่องมือลดต้นทุนการค้นหาข้อมูล ไม่ใช่เครื่องมือให้ 'ไล่ตามซื้อ' ตามคนอื่น ตัวเลขกำไรขาดทุนของนักเทรดแต่ละคนอาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงได้ และโทเคนขนาดเล็กยังมีความเสี่ยงด้าน slippage และสภาพคล่องสูง จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1