กระทรวงแรงงานและสังคมเยอรมนีเปิดจ้างทำแบบสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่องความเหลื่อมล้ำด้านสินทรัพย์ จุดกระแสถกเถียงเรื่อง 'ภาษีความมั่งคั่ง' (wealth tax) ขึ้นมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ประกาศจัดซื้อจัดจ้างฉบับนี้เป็นเพียงการว่าจ้างทำวิจัยแบบสำรวจเท่านั้น ยังไม่มีร่างกฎหมายภาษีความมั่งคั่งหรือกำหนดเวลาบังคับใช้ที่ชัดเจนแต่อย่างใด
ตามประกาศบนพอร์ทัลจัดซื้อจัดจ้างสาธารณะของสหภาพยุโรป กระทรวงแรงงานและสังคมเยอรมนีต้องการทำแบบสำรวจประชากรตัวแทนทั่วประเทศ ควบคู่กับแบบสำรวจเชิงทดลอง ในหัวข้อ 'ทัศนคติต่อความเหลื่อมล้ำด้านสินทรัพย์ในหมู่ประชากร' โดยประกาศดังกล่าวออกเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม และกำหนดปิดรับข้อเสนอวันที่ 1 กันยายน
คำถามในแบบสำรวจครอบคลุมตั้งแต่การรับรู้ของประชาชนต่อการกระจายสินทรัพย์ในเยอรมนี การประเมินโอกาสเลื่อนสถานะทางสังคม บทบาททางสังคมของผู้มีสินทรัพย์สูง ไปจนถึงความคิดเห็นต่อข้อเสนอการกระจายความมั่งคั่งและการเก็บภาษีสินทรัพย์ การที่ 'ภาษีสินทรัพย์' ถูกบรรจุเป็นหนึ่งในหัวข้อสำรวจ ทำให้หลายฝ่ายตีความว่าเชื่อมโยงกับการถกเถียงเรื่องขึ้นภาษีในแวดวงการเมือง
แต่การว่าจ้างทำสำรวจครั้งนี้ไม่ได้แปลว่าเยอรมนีกำลังเดินหน้าสู่ขั้นตอนออกภาษีความมั่งคั่งโดยตรง รัฐสภาเยอรมนี (Bundestag) ระบุในคำตอบของรัฐบาลเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมว่า รัฐบาลไม่ได้ตั้งเป้าหมายเชิงปริมาณสำหรับตัวชี้วัดการกระจายสินทรัพย์แต่อย่างใด
คำตอบของรัฐสภายังระบุด้วยว่า รัฐบาลไม่มีแผนสำรวจเพิ่มเติมเพื่อจัดทำสถิติสินทรัพย์มูลค่าสูงให้ละเอียดขึ้น โดยชี้แจงว่าปัจจุบันมีการใช้ตัวชี้วัดการกระจายรายได้ เช่น ค่าสัมประสิทธิ์จีนี และสัดส่วนสินทรัพย์สุทธิแยกตามกลุ่มรายได้ อยู่แล้วภายใต้ระบบรายงานความยากจนและความมั่งคั่ง
คำพูดของ บาร์เบล บาส (Bärbel Bas) รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและสังคม และประธานร่วมพรรคสังคมประชาธิปไตย (SPD) ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะมีภาษีความมั่งคั่งฉบับใหม่เช่นกัน โดยบาสให้สัมภาษณ์กับ ZDF เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ถึงประเด็นการลดภาษีเงินได้ว่า “เราคิดไว้มากกว่านี้”
บาสอธิบายเพิ่มเติมว่า พรรค SPD เคยผลักดันให้ขึ้นภาษีคนรวยและปฏิรูปภาษีมรดก แต่ไม่สามารถผลักดันผ่านการเจรจาร่วมรัฐบาลได้สำเร็จ คำพูดนี้สะท้อนว่าประเด็นการเก็บภาษีกลุ่มรายได้สูงเคยถูกหยิบยกในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมจริง แต่ไม่ใช่การประกาศแผนภาษีความมั่งคั่งฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ
คำอธิบายอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเยอรมนีในตอนนี้ใกล้เคียงกับการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้มากกว่า โดยรัฐบาลแถลงนโยบายเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าจะลดภาระภาษีเงินได้สำหรับกลุ่มรายได้น้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะครัวเรือน ส่วนกลุ่มรายได้สูงจะแบกรับภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ทั้งนี้ ภาษีความมั่งคั่งแตกต่างจากภาษีเงินได้ เพราะเก็บจาก 'สินทรัพย์สุทธิที่ถือครอง' ไม่ใช่รายได้ สินทรัพย์ที่มูลค่าผันผวนได้ เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น หรือหุ้นบริษัทนอกตลาด อาจถูกนับรวมเป็นฐานภาษี ทำให้ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่อัตราภาษีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงวิธีประเมินมูลค่าและระบบการยื่นแบบด้วย
ประเด็นความเหลื่อมล้ำด้านสินทรัพย์ในเยอรมนีไม่ใช่เรื่องใหม่ ผลสำรวจสินทรัพย์ครัวเรือนปี 2023 ของธนาคารกลางเยอรมนี บุนเดสแบงก์ (Bundesbank) พบว่าครัวเรือนกลุ่มบนสุด 10% ถือครองสินทรัพย์สุทธิรวมถึง 54% ของทั้งหมด ขณะที่ค่าสัมประสิทธิ์จีนีด้านสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 72.4%
แรงกดดันด้านการคลังก็เป็นอีกปัจจัยหนุนหลังการถกเถียงเรื่องภาษี สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี เดสตาทิส (Destatis) เปิดเผยว่า การขาดดุลงบประมาณภาครัฐโดยรวมในครึ่งปีแรกของปี 2026 อยู่ที่ 7.13 หมื่นล้านยูโร เพิ่มขึ้น 3.66 หมื่นล้านยูโรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สัดส่วนการขาดดุลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศอยู่ที่ 3.1% เมื่อปัญหาความสมดุลระหว่างรายรับกับรายจ่ายภาครัฐทวีความรุนแรงขึ้น ความเห็นต่างระหว่างพรรคการเมืองในประเด็นภาษีเงินได้ ภาษีมรดก และภาษีความมั่งคั่งก็กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจเยอรมนี อีโฟ (ifo) ประเมินในรายงานเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมว่า การปฏิรูปภาษีเงินได้ที่จะมีผลในปี 2027 เป็นการปรับสมดุลทางการคลังมากกว่าการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยวิเคราะห์ว่าการปฏิรูปครั้งนี้จะทำให้รายได้ภาษีลดลงราว 1 หมื่นล้านยูโร
เคลเมนส์ ฟูเอสท์ (Clemens Fuest) ผู้อำนวยการสถาบันอีโฟ กล่าวว่า “การปฏิรูปภาษีเงินได้ของรัฐบาลเยอรมนีใกล้เคียงกับการทำบัญชีให้ลงตัว มากกว่าการเปิดเส้นทางใหม่” สะท้อนมุมมองว่าการลดภาระภาษีเงินได้ครั้งนี้เป็นการปรับสมดุลทางการคลังมากกว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ประเด็นภาษีสินทรัพย์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเยอรมนี ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าในสหรัฐฯ หนี้สาธารณะรวมทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้กระแสถกเถียงเรื่องภาษีความมั่งคั่งสำหรับกลุ่มมหาเศรษฐีกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งเช่นกัน สะท้อนว่าความยั่งยืนทางการคลังและความเชื่อมั่นในตลาดสินทรัพย์กลายเป็นบริบทร่วมของการถกเถียงเรื่องภาษีในหลายประเทศ
กล่าวโดยสรุป กรณีนี้ควรมองในมุม 'การว่าจ้างสำรวจความเหลื่อมล้ำด้านสินทรัพย์จุดประเด็นถกเถียงเรื่องรายได้และการกระจายความมั่งคั่ง' มากกว่าจะตีความว่าเป็นสัญญาณการประกาศภาษีความมั่งคั่งที่ใกล้จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ประเด็นว่าจะมีการออกภาษีความมั่งคั่งจริงหรือไม่ อัตราภาษี ขอบเขตทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี และกำหนดเวลาบังคับใช้ ยังไม่มีความชัดเจนในขณะนี้
ความคิดเห็น 0