เส้นตายการยื่นสมัครเป็นโจทก์นำ (lead plaintiff) ในคดีฟ้องร้องกลุ่มด้านหลักทรัพย์ของบริษัทรีเจนเนอรอน ฟาร์มาซูติคอลส์ (Regeneron Pharmaceuticals, $REGN) ใกล้เข้ามาในวันที่ 14 กันยายน 2026 โดยคดีนี้ไม่ได้มุ่งไปที่ความล้มเหลวของการทดลองยารักษามะเร็งผิวหนังในตัวมันเอง แต่พุ่งเป้าไปที่คำถามว่าบริษัทได้เปิดเผยความเสี่ยงทางสถิติของการทดลองระยะที่ 3 ให้นักลงทุนรับทราบอย่างเพียงพอหรือไม่
ตามเอกสารของศาลแขวงสหรัฐฯ เขตใต้ของนิวยอร์ก คดีนี้มีชื่อว่า Allen Cheatham v. Regeneron Pharmaceuticals, Inc. et al. หมายเลขคดี 7:26-cv-06026 ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 โดยมีจำเลยประกอบด้วยรีเจนเนอรอน, จอร์จ แยนโคปูลอส (George D. Yancopoulos), อิสราเอล โลวี (Israel Lowy) และไรอัน โครว์ (Ryan Crowe)
ช่วงเวลาที่คดีครอบคลุมคือตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2025 ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 ฝ่ายโจทก์ระบุว่าผู้ถือหุ้นที่ซื้อหุ้นสามัญของรีเจนเนอรอนในช่วงเวลาดังกล่าวและต้องการเป็นตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย สามารถยื่นคำร้องขอสถานะโจทก์นำได้ถึงวันที่ 14 กันยายน
โจทก์นำมีบทบาทกำหนดทิศทางของคดีแทนสมาชิกกลุ่มทั้งหมด รวมถึงเลือกสำนักงานกฎหมายที่จะดูแลคดี ตามธรรมเนียมของคดีฟ้องร้องกลุ่มด้านหลักทรัพย์ในสหรัฐฯ ศาลจะพิจารณาปัจจัยด้านความเป็นตัวแทน ผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง และขนาดความเสียหาย ก่อนแต่งตั้งโจทก์นำและทีมกฎหมาย
ใจกลางของคดีนี้คือการทดลองระยะที่ 3 ซึ่งใช้เฟียนลิแมบ (fianlimab) ร่วมกับเซมิพลิแมบ (cemiplimab) เป็นการรักษาขั้นแรก โดยรีเจนเนอรอนระบุในเอกสารผลประกอบการไตรมาส 1 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 ว่าจะเปิดเผยผลการทดลองดังกล่าวภายในไตรมาส 2
เอกสารฉบับเดียวกันยังระบุว่าคณะกรรมการติดตามข้อมูลอิสระแนะนำให้ดำเนินการทดลองระยะที่ 3 ของยารักษามะเร็งผิวหนังแบบเสริม (adjuvant) ต่อไป และบริษัทยังไม่เห็นข้อมูลดังกล่าวในขณะนั้น คำอธิบายนี้สะท้อนจุดยืนของบริษัทก่อนการเปิดเผยผลลัพธ์อย่างเป็นทางการ
ต่อมาวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 รีเจนเนอรอนแถลงแยกต่างหากว่า การรักษาร่วมระหว่างเฟียนลิแมบและเซมิพลิแมบในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังชนิดผ่าตัดไม่ได้หรือแพร่กระจาย ไม่สามารถบรรลุนัยสำคัญทางสถิติในตัวชี้วัดหลักคือระยะเวลาปลอดการลุกลามของโรค (progression-free survival, PFS) ได้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ได้รับยาขนาดสูงมีค่ามัธยฐาน PFS ยาวกว่ากลุ่มที่ใช้เพมโบรลิซูแมบ (pembrolizumab) เดี่ยวถึง 5.1 เดือน และไม่พบสัญญาณด้านความปลอดภัยใหม่
PFS หมายถึงระยะเวลาที่ผู้ป่วยมีชีวิตอยู่โดยที่โรคยังไม่ลุกลาม เป็นตัวชี้วัดหลักที่ใช้ประเมินประสิทธิผลการรักษาควบคู่กับระยะเวลารอดชีวิตโดยรวม (overall survival) ในการทดลองยาต้านมะเร็ง แต่ถึงตัวเลขจะดีขึ้น ก็ยังต้องผ่านเกณฑ์แยกต่างหากจึงจะถือว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ
ข้อกล่าวหาของฝ่ายโจทก์เน้นไปที่ช่องว่างระหว่างคำแถลงอย่างเป็นทางการกับคำอธิบายก่อนหน้านั้น โดยฝ่ายโจทก์อ้างว่าบริษัทไม่ได้เปิดเผยความเสี่ยงเกี่ยวกับสมมติฐานทางสถิติเบื้องต้นของการทดลองระยะที่ 3 ของเฟียนลิแมบและลิบทาโย (Libtayo) ความแตกต่างทางคลินิกระหว่างกลุ่มที่ได้รับการรักษากับกลุ่มมาตรฐาน และโอกาสที่จะบรรลุตัวชี้วัดหลัก อย่างเพียงพอ
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างที่ปรากฏในคำฟ้องและประกาศของสำนักงานกฎหมาย ยังไม่ใช่คำตัดสินของศาล ส่วนความรับผิดของบริษัทและความสัมพันธ์เชิงเหตุผลของความเสียหายเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไปในกระบวนการชั้นศาล
ปฏิกิริยาราคาหุ้นถูกรายงานแตกต่างกันไปตามเกณฑ์การนับ ประกาศของสำนักงานกฎหมายระบุว่าเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 หุ้นรีเจนเนอรอนร่วงจาก 731.77 ดอลลาร์ เหลือ 686.36 ดอลลาร์ หรือลดลงประมาณ 6.2%
ขณะที่ประกาศเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ระบุตัวเลขว่าจากราคาปิดวันที่ 15 พฤษภาคมที่ 698.25 ดอลลาร์ ลดลงเหลือ 629.68 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9.8% ส่วนรอยเตอร์ (Reuters) รายงานในวันเดียวกันว่าราคาหุ้นรีเจนเนอรอนในช่วงซื้อขายก่อนตลาดเปิด (pre-market) ลดลง 11.6% ความแตกต่างของอัตราการลดลงเกิดจากการใช้ฐานราคาปิดกับฐานราคาก่อนตลาดเปิดที่ต่างกัน
ฝั่งนักวิเคราะห์ก็ให้ความสนใจไปที่ผลการทดลองทางคลินิกเช่นกัน อีวาน ไซเกอร์แมน (Evan Seigerman) นักวิเคราะห์จากบีเอ็มโอ แคปิตอล มาร์เก็ตส์ (BMO Capital Markets) กล่าวกับรอยเตอร์ว่าการที่ไปป์ไลน์หลักพลาดเป้าต่อเนื่องกัน (back-to-back key pipeline misses) จะเพิ่มภาระด้านการพัฒนาทางคลินิกในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า ขณะที่คอรี คาซิมอฟ (Cory Kasimov) นักวิเคราะห์จากเอเวอร์คอร์ (Evercore) ประเมินสถานการณ์นี้ในรายงานเดียวกันว่าเป็น “สถานการณ์เลวร้ายที่สุด” (worst-case scenario)
ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวเป็นการตีความภาระด้านการพัฒนาทางคลินิก ไม่ใช่การคาดการณ์ราคาหุ้น มีการวิเคราะห์บางส่วนระบุว่าเริ่มตัดเฟียนลิแมบออกจากแบบจำลองประเมินมูลค่าแล้ว แต่รีเจนเนอรอนยืนยันว่าการทดลองระยะที่ 3 แยกต่างหากที่เปรียบเทียบสูตรยาเฟียนลิแมบขนาดสูงกับออพดูอาแลก (Opdualag) ยังคงดำเนินต่อไป
ท่ามกลางประกาศเส้นตายการยื่นสมัครโจทก์นำในคดีฟ้องร้องกลุ่มด้านหลักทรัพย์ของสหรัฐฯที่ทยอยออกมาต่อเนื่อง คดีนี้ผสมผสานทั้งประเด็นกระบวนการแจ้งนักลงทุนและข้อพิพาทเรื่องความรับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลผลทดลองทางคลินิก รีเจนเนอรอนระบุว่าความปลอดภัยและประสิทธิผลของสูตรยาร่วมดังกล่าวยังไม่ผ่านการประเมินจากหน่วยงานกำกับดูแล และกำหนดการสำคัญถัดไปคือเส้นตายการยื่นสมัครโจทก์นำในวันที่ 14 กันยายน 2026
ความคิดเห็น 0