Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

หุ้นโทเคนไนซ์ 3 พันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ เข้าออนเชนจริงแค่ 5%

หุ้นโทเคนไนซ์ 3 พันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ เข้าออนเชนจริงแค่ 5% / Tokenpost

ปริมาณการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์ (tokenized stocks) แบบสปอตรายสัปดาห์ช่วงต้นเดือนสิงหาคม พุ่งใกล้แตะ 3,000 ล้านดอลลาร์ โดยธุรกรรมส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน 3 เครือข่าย ได้แก่ Robinhood Chain, BNB Chain ที่อิงกับไบแนนซ์คอยน์(BNB) และโซลานา(SOL) แต่สัดส่วนที่ถูกนำไปใช้งานจริงในระบบการเงินออนเชน (on-chain finance) กลับอยู่ที่เพียงราว 5% ของตลาดทั้งหมด

เกรย์สเกล(Grayscale) ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 3 กันยายนว่า ปริมาณการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์ทำจุดสูงสุดใหม่ในเดือนสิงหาคม และธุรกรรมส่วนใหญ่ในสัปดาห์สุดท้ายของการสำรวจถูกประมวลผลผ่าน 3 เครือข่ายดังกล่าว รายงานฉบับเดียวกันยังระบุด้วยว่ามูลค่ารวมของหุ้นโทเคนไนซ์บนเชนทะลุ 110 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว แต่การนำไปใช้เป็นหลักประกันกู้ยืม (lending collateral) ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น

หุ้นโทเคนไนซ์คือผลิตภัณฑ์ที่นำมูลค่าทางเศรษฐกิจของหุ้นหรือกองทุน ETF ดั้งเดิม มาแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชน ผู้ถือสามารถเก็บไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล โอน และซื้อขายได้ แต่สิทธิ์ความเป็นผู้ถือหุ้นจริงและขอบเขตการคุ้มครองนักลงทุนจะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างการออกโทเคนของแต่ละราย

ประเด็นสำคัญของตัวเลขชุดนี้คือ 'ช่องว่าง' ระหว่างปริมาณการซื้อขายกับการใช้งานจริงในระบบการเงิน แม้จุดขายของหุ้นโทเคนไนซ์จะอยู่ที่การซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงและโอนย้ายบนเชนได้ทันที แต่สัดส่วนที่ถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันในโปรโตคอลกู้ยืม หรือใช้จัดหาสภาพคล่อง ยังถือว่าน้อยมาก

โรบินฮู้ด(HOOD) เปิดตัวเมนเน็ตสาธารณะของ Robinhood Chain พร้อมผลิตภัณฑ์ Stock Tokens เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม โดยระบุว่า Stock Tokens พร้อมให้บริการผ่านกระเป๋าเงินโรบินฮู้ดในกว่า 120 ประเทศทั่วโลก

เอกสารแนะนำของ Robinhood Chain อธิบายว่าเครือข่ายนี้เป็นเลเยอร์ 2 (Layer 2) ที่รองรับกับอีเธอเรียม(ETH) ออกแบบมาเพื่อรองรับ Stock Tokens และสินทรัพย์โทเคนไนซ์อื่น เช่น ETF โดยใช้ ETH เป็นค่าธรรมเนียมแก๊ส (gas fee)

อย่างไรก็ตาม เอกสารทางการของโรบินฮู้ดกำหนดให้ Stock Tokens เป็น 'ตราสารหนี้ที่ถูกแปลงเป็นโทเคน' (tokenized debt securities) โดยระบุชัดว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ให้สิทธิ์ตามกฎหมายหรือสิทธิ์ในผลประโยชน์ (beneficial rights) เหนือหลักทรัพย์อ้างอิงแต่อย่างใด จุดนี้ไม่ควรตีความว่ามีโครงสร้างสิทธิ์เทียบเท่าหุ้นจดทะเบียนทั่วไป

BNB Chain เปิดเผยผ่านบล็อกทางการเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนว่า มีหุ้นและ ETF โทเคนไนซ์มากกว่า 709 รายการบนเครือข่าย ปริมาณการซื้อขายสะสมเกิน 5,000 ล้านดอลลาร์ และมูลค่าตลาดรวมเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมระบุรายชื่อผู้เล่นในระบบนิเวศ อาทิ Ondo Global Markets, bStocks, xStocks, Colb Finance และ Paimon Finance

ฝั่งโซลานา(SOL) ก็ออกมาชูจุดแข็งด้านการแข่งขันเช่นกัน โดยดีไฟ ดีเวลลอปเมนต์ คอร์ปอเรชั่น(DeFi Development Corporation) ระบุในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ว่า ปริมาณการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์บนโซลานาในไตรมาส 2 อยู่ที่ 8,800 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 56% พร้อมระบุด้วยว่าเฉพาะเดือนมิถุนายนเดือนเดียว ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 6,500 ล้านดอลลาร์

แต่ละเครือข่ายอ้างความเป็นผู้นำโดยใช้เกณฑ์วัดต่างกัน BNB Chain ชูจำนวนรายการจดทะเบียนและปริมาณการซื้อขายสะสม ขณะที่ฝั่งโซลานาเน้นปริมาณการซื้อขายรายไตรมาสและส่วนแบ่งตลาด ส่วนเกรย์สเกลมองจากการกระจายตัวของธุรกรรมในสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งพบว่า 3 เครือข่ายนี้ครองสัดส่วนส่วนใหญ่

ประเด็นนี้สำคัญสำหรับผู้อ่านเช่นกัน เพราะปริมาณการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนความต้องการโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง (RWA) แต่กิจกรรมโดยรวมที่เพิ่มขึ้นบนเครือข่ายหนึ่ง ๆ ไม่ได้แปลว่าความต้องการหุ้นโทเคนไนซ์เพิ่มขึ้นเสมอไป ทั้งนี้ ทีมข่าวเคยรายงานเรื่องปริมาณการซื้อขายมีมคอยน์บน Robinhood Chain และทิศทางกิจกรรมออนเชนไปแล้วก่อนหน้านี้

มูลค่าตลาดรวมของหุ้นโทเคนไนซ์ทั้งหมดอยู่ที่ 3,100 ล้านดอลลาร์ แต่สัดส่วนที่ถูกนำไปใช้ในโปรโตคอลกู้ยืมแบบ DeFi อยู่ที่ประมาณ 5% เท่านั้น

ในด้านกำกับดูแล คณะกรรมการที่ปรึกษานักลงทุนของ SEC ได้หารือเรื่องนิยามของหลักทรัพย์โทเคนไนซ์ ข้อดีข้อเสีย และประเด็นการคุ้มครองนักลงทุน เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ขณะที่เอกสารการจดทะเบียนของโรบินฮู้ดเองก็ระบุว่า Stock Tokens อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ กฎหมาย และชื่อเสียงได้เช่นกัน

ปฏิกิริยาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝั่ง BNB Chain และโซลานาย้ำว่าหุ้นโทเคนไนซ์จะสร้างความต้องการซื้อขายใหม่ ๆ ให้ระบบการเงินออนเชน ขณะที่เอเอ็มซี เอนเตอร์เทนเมนท์(AMC) ออกมาวิจารณ์การให้บริการหุ้นโทเคนไนซ์ของโรบินฮู้ดอย่างเปิดเผย ด้านโรบินฮู้ดเองก็ยืนยันสนับสนุนกลยุทธ์ Stock Tokens ต่อไป

สิ่งที่ข้อมูลจากเกรย์สเกลสะท้อนให้เห็นคือการขยายตัวของปริมาณการซื้อขาย ส่วนข้อจำกัดที่ยืนยันได้ในตอนนี้คือสัดส่วนการใช้งานด้านการเงินที่ยังต่ำ และความแตกต่างของสิทธิ์ตามโครงสร้างการออกแต่ละแบบ การจะสรุปว่าหุ้นโทเคนไนซ์ก้าวข้ามจากสินค้าซื้อขายทั่วไปไปสู่สินทรัพย์ค้ำประกันและกู้ยืมได้จริงหรือไม่ ยังต้องติดตามทั้งการหารือของ SEC เงื่อนไขของผู้ออกโทเคน และขนาดของสินทรัพย์ที่ฝากไว้บนเชนไปพร้อมกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1