ซีนัส(Zinus, 013890) รับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ราว 31,800 ล้านวอน หลังได้รับเงินค่างวดสุดท้ายจากการขายโรงงานในรัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ ครบถ้วนแล้ว ท่ามกลางผลขาดทุนจากการดำเนินงานรวมในครึ่งปีแรกที่สูงถึง 56,800 ล้านวอน ทำให้ตลาดต้องจับตาว่าผลจากการขายสินทรัพย์ครั้งนี้จะช่วยพยุงฐานะการเงินได้มากน้อยเพียงใด ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก
ตามข้อมูลจากระบบเปิดเผยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (DART) ของสำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (FSS) เมื่อวันที่ 6 ซีนัสได้ยื่นแก้ไขประกาศมติขายสินทรัพย์ถาวรของโรงงานในรัฐจอร์เจียของบริษัทย่อย ZINUS USA INC. เมื่อวันที่ 4 โดยเลื่อนกำหนดวันโอนสินทรัพย์จากเดิมวันที่ 11 กันยายน มาเป็นวันที่ 4 กันยายน
บริษัทระบุว่าได้รับเงินค่างวดสุดท้ายครบถ้วนเมื่อวันที่ 3 กันยายนตามเวลาสหรัฐฯ จึงปรับวันที่ปิดดีลให้ตรงกับข้อเท็จจริง การแก้ไขประกาศครั้งนี้เป็นการรายงานผลหลังกระบวนการขายเสร็จสิ้นแล้ว
สินทรัพย์ที่ขายคือที่ดินและอาคารโรงงานของ ZINUS USA INC. ในรัฐจอร์เจีย มูลค่าการขายอยู่ที่ 135,315,205,980 วอน คิดเป็นสัดส่วน 12.6% ของสินทรัพย์รวมของบริษัท
คู่สัญญาฝ่ายผู้ซื้อคือ HIGHLINE WARREN LLC โดยซีนัสระบุวัตถุประสงค์ของการขายว่าเป็น 'การขายฐานการผลิตที่ขาดทุน เพื่อปรับปรุงความสามารถในการทำกำไรและโครงสร้างทางการเงิน'
ดีลนี้คาดว่าจะสร้างกำไรจากการขายสินทรัพย์ราว 31,800 ล้านวอน ขณะที่มูลค่าทางบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 ที่บริษัทระบุไว้อยู่ที่ 103,500 ล้านวอน
มูลค่าการขายดังกล่าวคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงที่ 1,503.50 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นอัตรา ณ วันที่คณะกรรมการบริษัทมีมติเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ทั้งนี้ตัวเลขทางบัญชีที่แท้จริงจะถูกยืนยันอีกครั้งในกระบวนการปิดงบการเงิน
การขายโรงงานจอร์เจียเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างธุรกิจที่ดำเนินมาต่อเนื่อง หลังบริษัทประกาศหยุดสายการผลิตที่ขาดทุนไปเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025
หลังจากนั้นสายการผลิตของบริษัทในสหรัฐฯ ได้ย้ายไปดำเนินการที่โรงงานในอินโดนีเซียแทน โดยทั่วไปการปรับฐานการผลิตในต่างประเทศเช่นนี้ช่วยลดภาระต้นทุนคงที่ได้ แต่ผลด้านกำไรขาดทุนจะดีขึ้นจริงหรือไม่ยังต้องอาศัยการฟื้นตัวของยอดขายและคำสั่งซื้อจากลูกค้าควบคู่กันไปด้วย
กำไรจากการขายโรงงานเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถอธิบายภาพรวมผลประกอบการที่ซบเซาได้ทั้งหมด เนื่องจากซีนัสขาดทุนจากการดำเนินงานต่อเนื่องทั้งไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ของปีนี้ ทำให้ยอดขาดทุนจากการดำเนินงานรวมสะสมในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 56,800 ล้านวอน
ขณะที่ผลขาดทุนของบริษัทย่อยในสหรัฐฯ อย่าง ZINUS USA INC. ก็ขยายตัวขึ้นเช่นกัน โดยขาดทุนสุทธิในครึ่งปีแรกเพิ่มจาก 5,800 ล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 8,000 ล้านวอนในปีนี้
ในรายงานงบการเงินระหว่างกาลประจำครึ่งปี ซีนัสระบุว่าบริษัทคาดหวังว่าผลกำไรจะทยอยดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป จากปัจจัยหนุนอย่างคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายใหญ่ การได้งานผลิตแบบ ODM รายใหม่ และการลดขนาดธุรกิจที่ขาดประสิทธิภาพ ทั้งนี้เป็นเพียงแผนและความคาดหวังที่บริษัทเปิดเผยเอง ส่วนผลลัพธ์ที่แท้จริงต้องรอการยืนยันจากงบการเงินไตรมาส 3
ผลประกอบการของซีนัสยังส่งผลต่องบการเงินรวมของกลุ่มฮุนไดดีพาร์ทเมนท์สโตร์(Hyundai Department Store) ด้วย โดยข้อมูล ณ เดือนที่ผ่านมาระบุว่าฮุนได จีเอฟ โฮลดิ้งส์(Hyundai G.F. Holdings) ถือหุ้นฮุนไดดีพาร์ทเมนท์สโตร์อยู่ 37.4% ขณะที่ฮุนไดดีพาร์ทเมนท์สโตร์ถือหุ้นซีนัสอยู่ 38.6%
โครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าวทำให้ผลกำไรขาดทุนของซีนัสส่งผลกระทบต่องบการเงินรวมของทั้งฮุนไดดีพาร์ทเมนท์สโตร์และฮุนได จีเอฟ โฮลดิ้งส์โดยตรง โดยเงินสดและกำไรจากการขายสินทรัพย์ครั้งนี้อาจช่วยหนุนผลกำไรในระยะสั้นได้บ้าง
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือการฟื้นตัวของยอดขายและการปรับโครงสร้างต้นทุนหลังการขายโรงงาน โดยกำไรจากการขายสินทรัพย์ครั้งนี้มีกำหนดจะบันทึกในผลประกอบการไตรมาส 3
ความคิดเห็น 0