เหตุโจมตีทางอากาศใกล้บ้านที่กำลังจัดงานแต่งงานและเสาสัญญาณสื่อสารในเมืองคูเฮสตัก ทางตอนใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มี ‘พลเรือน’ เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บ 67 ราย เมื่อความเสียหายต่อพลเรือนถูกเปิดเผยออกมา ความตึงเครียดทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านก็กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง
สำนักข่าวเอพี (AP) รายงานว่า เหตุโจมตีเกิดขึ้นที่เมืองคูเฮสตัก เขตซิริก จังหวัดฮอร์โมซกัน ทางตอนใต้ของอิหร่าน เมื่อคืนวันที่ 1 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับช่วงเช้ามืดวันที่ 2 ตามเวลาประเทศไทย
ภาพและวิดีโอจากที่เกิดเหตุแสดงให้เห็นหลังคาบ้านที่ถูกเจาะทะลุ เศษซากหลังกระจกที่แตกกระจาย และชาวบ้านที่มารวมตัวกันในงานศพ สื่ออิหร่านและกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่าบ้านที่กำลังจัดงานแต่งงานถูกขีปนาวุธโจมตีโดยตรง
แอกซิออส (Axios) รายงานโดยอ้างอิงสภากาชาดอิหร่านว่ายอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 5 ราย และบาดเจ็บ 67 ราย ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่ารับทราบรายงานความเสียหายต่อพลเรือนแล้ว และกำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่
ทิม ฮอว์กินส์ (Tim Hawkins) กัปตันกองทัพเรือสหรัฐฯ และโฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า "กองทัพสหรัฐฯ ไม่โจมตีพลเรือน ต่างจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าสหรัฐฯ ปฏิเสธการโจมตีพลเรือนโดยเจตนา แต่ก็เข้าสู่ขั้นตอนตรวจสอบภายในไปพร้อมกัน
นอกจากบ้านเรือนแล้ว เสาสัญญาณสื่อสารในพื้นที่ก็ถูกโจมตีเช่นกัน เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) รายงานว่า การโจมตีครั้งหนึ่งทำลายเสาสัญญาณสื่อสารในคูเฮสตัก ส่วนอีกครั้งพุ่งเป้าใกล้บ้านที่จัดงานแต่งงาน
แอกซิออสอ้างอิงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป้าหมายการโจมตีในพื้นที่ดังกล่าวคือเสาสัญญาณสื่อสารที่ใช้งานทั้งด้านพลเรือนและด้านทหาร ขณะที่เอพีรายงานว่าเสาสัญญาณใกล้ท่าเรือคูเฮสตักล้มลง และอาคารกรมสื่อสารใกล้เคียงได้รับความเสียหายอย่างหนัก
อิหร่านออกมาวิจารณ์การโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น ‘อาชญากรรมสงคราม’ โดยฝ่ายอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ เป็นต้นเหตุความเสียหายต่อพลเรือน ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่ายังอยู่ในขั้นตอนสอบสวนและตรวจสอบ
เหตุการณ์ครั้งนี้มีน้ำหนักทางการทูตมากกว่าความเสียหายจากการโจมตีครั้งเดียว เพราะมีทั้งสถานที่พลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารเข้ามาเกี่ยวข้องพร้อมกัน ประเด็นที่ว่าเป้าหมายการโจมตีกับจุดที่ได้รับความเสียหายจริงทับซ้อนกันมากน้อยแค่ไหน อาจกลายเป็นข้อถกเถียงต่อไป
คูเฮสตักตั้งอยู่บนแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าการลดลงของปริมาณเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและความเคลื่อนไหวการกลับมาขนส่งของซาอุดีอาระเบียกลายเป็นตัวแปรตลาดท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สำหรับนักลงทุนในไทย ประเด็นนี้ส่งผลกระทบผ่านสถานการณ์ตะวันออกกลางและความเสี่ยงเส้นทางขนส่งพลังงาน มากกว่าผลกระทบโดยตรงต่อคริปโตเอง หากความตึงเครียดรอบช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลต่อการขนส่งน้ำมันและอารมณ์ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงตามการวิเคราะห์ที่ออกมา
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตรงจากเครือข่ายคริปโต ตลาดแลกเปลี่ยน หรือการตัดสินใจด้านกฎระเบียบใดๆ ผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์หลักอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ต้องตรวจสอบจากตัวเลขตลาดแยกต่างหาก
TokenPost เคยรายงานเหตุโจมตีงานแต่งงานทางตอนใต้ของอิหร่านและการเริ่มสอบสวนของสหรัฐฯ ไปก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นภาพที่เปิดเผยออกมา ยอดผู้เสียหายที่รวบรวมได้ และหลักฐานการโจมตีเสาสัญญาณสื่อสาร ทำให้ผลกระทบด้านการทูตและความมั่นคงของเหตุการณ์นี้ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ประเด็นหลักที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือความเสียหายต่อพลเรือน ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร และการโต้เถียงเรื่องความรับผิดชอบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ผลการตรวจสอบภายในของกองทัพสหรัฐฯ และท่าทีตอบโต้ของฝ่ายอิหร่านยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป
ความคิดเห็น 0