Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สหสัมพันธ์บิตคอยน์-ทองคำทะลุ 50% ใกล้จุดสูงสุดรอบ 6 ปี

ค่าสหสัมพันธ์ 90 วันระหว่างบิตคอยน์(BTC)กับทองคำทะลุ 50% ขึ้นไปแล้ว ใกล้เคียงระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020 ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ค่าสหสัมพันธ์กับดัชนีแนสแด็กลดลงมาอยู่ที่ราว 33% ทำให้เกิดการตีความว่า BTC กำลังเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับทองคำมากกว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

บิตไวส์(Bitwise) ระบุในบันทึกของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ว่า ณ สิ้นเดือนสิงหาคม ค่าสหสัมพันธ์แบบโรลลิ่ง 90 วันระหว่าง BTC กับทองคำปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020 โดยข้อมูลที่บิตไวส์รวบรวมจากฐานข้อมูลของ Bloomberg ใช้ราคาทองคำในตลาดจริงและดัชนีผลตอบแทนรวมแนสแด็ก 100 เป็นตัวเปรียบเทียบ

คริปโตบรีฟฟิ่ง(Crypto Briefing) รายงานเมื่อวันที่ 5 โดยอ้างอิงข้อมูลที่วูบล็อกเชน(WuBlockchain)เผยแพร่ ระบุว่าค่าสหสัมพันธ์ 90 วันระหว่าง BTC กับทองคำทะลุ 50% ส่วนค่าสหสัมพันธ์กับแนสแด็กอยู่ที่ราว 33% โดยข้อมูลชุดเดียวกันยังชี้ว่าค่าสหสัมพันธ์ระหว่าง BTC กับแนสแด็ก 100 ลดลงเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดก่อนหน้านี้

ค่าสหสัมพันธ์เป็นตัวชี้วัดที่แสดงระดับการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันของราคาสินทรัพย์สองประเภท ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปด้วยกันมาก ส่วนยิ่งตัวเลขต่ำ ก็ยิ่งมีลักษณะเคลื่อนไหวแยกจากกันมากขึ้น ค่าสหสัมพันธ์แบบโรลลิ่ง 90 วันคำนวณโดยอัปเดตข้อมูลราคาช่วง 90 วันล่าสุดอย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขครั้งนี้เชื่อมโยงกับข้อถกเถียงที่ว่าควรมอง BTC เป็นสินทรัพย์เบต้าสูงในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีธรรมดา หรือเป็นสินทรัพย์ที่สะท้อนความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของเงินตราเช่นเดียวกับทองคำ แนวโน้มที่ค่าสหสัมพันธ์ระหว่าง BTC กับทองคำใกล้แตะจุดสูงสุดรอบ 6 ปี เคยถูกนำเสนอโดยสำนักข่าวนี้มาก่อนแล้วเช่นกัน

อองเดร ดราโกช(André Dragosch) หัวหน้าฝ่ายวิจัยยุโรปของบิตไวส์ ระบุในบันทึกว่า “ในช่วงที่แรงขับเคลื่อนเชิงมหภาคทวีความรุนแรงขึ้น นักลงทุนเริ่มแยกความแตกต่างระหว่างบิตคอยน์กับทองคำน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อต้องป้องกันความเสี่ยงจากการอ่อนค่าของเงินตรา” พร้อมอธิบายว่าในช่วงเวลาเดียวกันนี้ BTC เริ่มมีลักษณะคล้ายกับ “ทองคำเวอร์ชันขยายกำลัง” มากขึ้น

เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้มาจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยมหภาคที่เกี่ยวข้องกับอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว โดยปกติทองคำมักตอบสนองอย่างอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ขณะที่ BTC ก็เคลื่อนไหวผันผวนตามความคาดหวังด้านสภาพคล่องและความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงเช่นกัน การที่ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างสองสินทรัพย์นี้เพิ่มขึ้นถูกตีความว่าปัจจัยร่วมในการเคลื่อนไหวของราคาช่วงหลังมีน้ำหนักมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าแนวโน้มนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เดอะบล็อก(The Block) รายงานเมื่อวันที่ 3 โดยอ้างอิงบทวิเคราะห์ของกลาสโหนด(Glassnode) ระบุว่าปรากฏการณ์ BTC แยกตัวชั่วคราวจากหุ้นสหรัฐฯ เคยเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ มาแล้วในอดีตช่วงที่มีการเทขายพันธบัตรรัฐบาล โดยกลาสโหนดมองว่าการเคลื่อนไหวลักษณะนี้ในบางกรณีใกล้เคียงกับสัญญาณการหมดแรงเฉพาะจุดมากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่แท้จริง

ตัวชี้วัดค่าสหสัมพันธ์ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ทิศทางล่วงหน้า แต่เป็นสถิติที่เปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นไปแล้ว การที่ทองคำกับ BTC เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเพียงอย่างเดียว ไม่ได้รับประกันว่าราคา BTC จะปรับขึ้นหรือแยกตัวออกจากตลาดหุ้นในระยะยาว และผลลัพธ์ของตัวชี้วัดเดียวกันนี้ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามกรอบเวลาที่เลือกใช้เป็นเกณฑ์

สำหรับนักลงทุนไทย นอกจากความสัมพันธ์ระหว่าง BTC กับแนสแด็กแล้ว ยังมีตัวแปรอื่นที่ถูกกล่าวถึงร่วมด้วย เช่น อัตราดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐฯ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ และกระแสเงินทุนไหลเข้า-ออกของกองทุน ETF แบบสปอต อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ครั้งนี้อ้างอิงจากการเคลื่อนไหวของราคาในช่วง 90 วันจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมเท่านั้น และไม่ได้เป็นการรับประกันทิศทางราคาในอนาคตแต่อย่างใด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1