นักลงทุนเกาหลีใต้เทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายตัวของสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนกันยายน แล้วหันไปซื้อสุทธิ 'ไดเรกชั่น เดลี่ เซมิคอนดักเตอร์ บูล 3X อีทีเอฟ' (Direxion Daily Semiconductor Bull 3X ETF) หรือ SOXL กองทุน ETF เลเวอเรจ 3 เท่าที่อ้างอิงดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ มูลค่ารวม 431 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 581,900 ล้านวอน สะท้อนว่าเม็ดเงินกำลังโยกจากหุ้นรายบริษัทไปสู่สินค้าที่เปิดรับความเสี่ยงทั้งอุตสาหกรรมแทน
เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของเซบิโร (SEIBro) พอร์ทัลข้อมูลหลักทรัพย์ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แห่งเกาหลี (Korea Securities Depository) ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน นักลงทุนเกาหลีซื้อ SOXL รวม 1,021.91 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,379,600 ล้านวอน และขายออกไป 590.95 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 797,800 ล้านวอน เมื่อหักยอดขายออกจากยอดซื้อแล้ว ยอดซื้อสุทธิอยู่ที่ราว 431 ล้านดอลลาร์
ในช่วงเวลาเดียวกัน หุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายตัวหลักกลับถูกเทขายมากกว่าซื้อ ไมครอน เทคโนโลยี(MU) มียอดขาย 129.28 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 174,500 ล้านวอน ขณะที่มียอดซื้อเพียง 28.63 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 38,700 ล้านวอน
เอ็นวิเดีย(NVDA) มียอดขาย 73.05 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 98,600 ล้านวอน และยอดซื้อ 57.49 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 77,600 ล้านวอน ส่วนแซนดิสก์(SNDK) มียอดขาย 82.19 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 111,000 ล้านวอน และยอดซื้อ 13.57 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 18,300 ล้านวอน
มาร์เวลล์ เทคโนโลยี(MRVL) ก็เทขายมากกว่าซื้อเช่นกัน โดยมียอดขาย 67.45 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 91,100 ล้านวอน ขณะที่ยอดซื้ออยู่ที่ 18.08 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 24,400 ล้านวอน กล่าวได้ว่าความเสี่ยงของนักลงทุนเกาหลีในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ต่างประเทศกำลังย้ายจากหุ้นรายตัวไปสู่ ETF เลเวอเรจ
Maeil Business Newspaper (매일경제) รายงานว่า ในช่วงเวลาเดียวกันนักลงทุนเกาหลีขายสุทธิ ADR ของเอสเค ไฮนิกซ์ มูลค่า 46.16 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 62,300 ล้านวอน และระบุว่านับตั้งแต่ ADR ของเอสเค ไฮนิกซ์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อเดือนกรกฎาคม จนถึงปลายเดือนสิงหาคม มียอดซื้อสุทธิสะสมอยู่ที่ 811 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,095,000 ล้านวอน
SOXL เป็น ETF เลเวอเรจที่ออกแบบมาให้ผลตอบแทนรายวันเคลื่อนไหวตาม 3 เท่าของดัชนีเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ โดยไดเรกชั่น (Direxion) บริษัทผู้บริหารกองทุน ระบุในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ว่ากองทุนนี้มุ่งสร้างผลตอบแทนรายวัน 300% ของดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ NYSE ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม หากถือครองเกินหนึ่งวัน ผลตอบแทนจะไม่เท่ากับ 3 เท่าของผลตอบแทนสะสมของดัชนีอ้างอิงแบบตรงไปตรงมา ไดเรกชั่นระบุในเอกสารเดียวกันว่าผลิตภัณฑ์นี้มุ่งเป้าผลตอบแทนเป็นรายวันเท่านั้น และนักลงทุนไม่ควรคาดหวังว่าในช่วงที่ถือครองเกินหนึ่งวันจะได้ผลตอบแทน 3 เท่าของผลตอบแทนสะสมของดัชนี
ETF เลเวอเรจมีลักษณะที่ 'ความผันผวน' ของกำไรขาดทุนจะยิ่งขยายตัวตามการขึ้นลงของดัชนีอ้างอิง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบอิงผลตอบแทนรายวัน แม้ดัชนีจะกลับมาอยู่ที่ระดับเดิม แต่ผลตอบแทนที่แท้จริงอาจแตกต่างไปตามเส้นทางการเคลื่อนไหวระหว่างทาง
การซื้อ ETF เซมิคอนดักเตอร์ของนักลงทุนเกาหลีเกิดขึ้นต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้ กระแสซื้อสุทธิ SOXL จำนวนมากในเดือนสิงหาคม ตามมาด้วยการขายหุ้นรายตัวอย่างเอ็นวิเดียและไมครอนพร้อมกับการซื้อสุทธิ SOXL ในช่วงต้นเดือนกันยายน
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า นักลงทุนเกาหลีซื้อสุทธิ SOXL ระหว่างวันที่ 19-25 สิงหาคม เป็นมูลค่า 718.79 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 970,400 ล้านวอน ทำให้กระแสเงินทุนในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้สะท้อนแนวโน้มที่นักลงทุนยังคงเปิดรับความเสี่ยงในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แต่ลดสัดส่วนการถือหุ้นรายตัวลง
ตัวเลขยอดซื้อสุทธิและยอดขายสุทธิเป็นเพียงดัชนีที่แสดงการเคลื่อนไหวของเงินทุนในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ยังไม่สามารถใช้ตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวสรุปทิศทางราคาของ ETF หรือผลตอบแทนในอนาคตได้
ความคิดเห็น 0