ปริมาณการซื้อขายผ่านออร์เดอร์บุ๊ก (order book) บน XRP Ledger ซึ่งเป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่มีเอ็กซ์อาร์พี(XRP) เป็นสกุลเงินหลัก เพิ่มขึ้น 79% ในไตรมาส 2 ปี 2026 แม้จำนวนบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวจะลดลงก็ตาม สะท้อนว่าบัญชีจำนวนน้อยลงกำลังทำธุรกรรมขนาดใหญ่ขึ้น มากกว่าที่ฐานผู้ใช้งานจะขยายตัว
เอเวอร์นอร์ธ(Evernorth) เปิดเผยในรายงานสภาพคล่องเอ็กซ์อาร์พี(XRP) ประจำไตรมาส 2 ปี 2026 ว่าปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันผ่านออร์เดอร์บุ๊กบน XRP Ledger อยู่ที่ 3.57 ล้าน XRP เพิ่มขึ้น 79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามรายงานของคอยน์เดสก์(CoinDesk) ขณะที่จำนวนบัญชีที่เริ่มทำธุรกรรมในแต่ละวันอยู่ที่ราว 1,100 บัญชี ลดลงจากกว่า 1,860 บัญชีเมื่อปีที่แล้ว
ขนาดธุรกรรมต่อบัญชีเพิ่มขึ้นชัดเจน รายงานระบุว่าปริมาณการซื้อขายผ่านออร์เดอร์บุ๊กต่อบัญชีต่อวันอยู่ที่ประมาณ 3,200 XRP เทียบกับราว 1,070 XRP เมื่อปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า
อย่างไรก็ตาม หนึ่งบัญชีไม่ได้หมายถึงผู้ใช้งานหนึ่งคนเสมอไป เพราะบริษัทเทรดสามารถใช้หลายบัญชีพร้อมกัน และผู้ใช้งานรายบุคคลเองก็อาจมีหลายบัญชีเช่นกัน ทำให้ยากที่จะสรุปลักษณะผู้ใช้งานจากจำนวนบัญชีเพียงอย่างเดียว
ตัวชี้วัดการใช้งานโดยรวมกลับชะลอตัวลง ในไตรมาส 2 จำนวนบัญชีที่มีธุรกรรมเกิดขึ้นบน XRP Ledger เฉลี่ยอยู่ที่ราว 16,600 บัญชีต่อวัน ลดลง 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนบัญชีใหม่ก็ลดลง 25% เหลือราว 2,800 บัญชีต่อวัน
ภายในโครงสร้างการซื้อขาย สัดส่วนของออร์เดอร์บุ๊กเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคิดเป็น 81% ของปริมาณการซื้อขายบนตลาดซื้อขายแบบกระจายศูนย์ (DEX) สูงกว่า 54% เมื่อปีก่อน ขณะที่ปริมาณการซื้อขายรวมบน DEX เฉลี่ยอยู่ที่ 4.42 ล้าน XRP ต่อวัน เพิ่มขึ้นราว 20% จากปีก่อน แต่ลดลง 16% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2026
DEX คือตลาดที่การซื้อขายเกิดขึ้นบนบล็อกเชนโดยตรง ต่างจากตลาดซื้อขายแบบรวมศูนย์ที่มีตัวกลางทำหน้าที่จับคู่คำสั่งซื้อขายและเก็บรักษาสินทรัพย์ ระบบออร์เดอร์บุ๊กจะรวบรวมคำสั่งซื้อและขายตามระดับราคาเพื่อจับคู่กัน ส่วนระบบตลาดผู้ดูแลสภาพคล่องอัตโนมัติ (AMM) จะคำนวณราคาจากพูลสภาพคล่อง
มูลค่าสินทรัพย์ที่คงอยู่บนเชนเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่า โดยยอดคงเหลือเฉลี่ยของสินทรัพย์โทเคไนซ์ (tokenized asset) ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 3.72 พันล้านดอลลาร์ และเมื่อรวมยอดคงเหลือเฉลี่ยของริปเปิลดอลลาร์(RLUSD) ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ ของริปเปิล(Ripple) ที่ 539 ล้านดอลลาร์ มูลค่าสินทรัพย์เฉลี่ยที่อยู่บนเลดเจอร์รวมอยู่ที่ประมาณ 4.26 พันล้านดอลลาร์
ย้อนไปหกไตรมาสก่อน มูลค่าสินทรัพย์เฉลี่ยที่เกี่ยวข้องบน XRP Ledger อยู่ที่เพียง 99 ล้านดอลลาร์เท่านั้น การเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายผ่านออร์เดอร์บุ๊กจึงมาพร้อมกับขนาดสินทรัพย์โทเคไนซ์ที่คงอยู่บนเลดเจอร์ที่ขยายตัวขึ้นเช่นกัน
ริปเปิลดอลลาร์(RLUSD) เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตนี้ ปริมาณเฉลี่ยของริปเปิลดอลลาร์(RLUSD) บน XRP Ledger เพิ่มขึ้นจาก 73 ล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน เป็น 539 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 600%
ยอดการโอนริปเปิลดอลลาร์(RLUSD) ก็เพิ่มขึ้นกว่า 9 เท่าเช่นกัน ขณะที่สัดส่วนริปเปิลดอลลาร์(RLUSD) ที่หมุนเวียนอยู่บน XRP Ledger เมื่อเทียบกับปริมาณหมุนเวียนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 34%
คอยน์เดสก์(CoinDesk) รายงานว่าในไตรมาส 2 กองทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ผ่านการแปลงเป็นโทเคน (tokenized) บางส่วนสามารถชำระราคาสินทรัพย์บน XRP Ledger ได้ภายใน 5 วินาที พร้อมระบุว่าฟีเจอร์ตลาดแบบมีการอนุญาต (permissioned market) และฟังก์ชันโทเคนอเนกประสงค์ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมด้วย ส่วนกองทุน ETF เอ็กซ์อาร์พี(XRP) แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 273 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกัน
ฟีเจอร์ตลาดแบบมีการอนุญาตเป็นโครงสร้างการซื้อขายที่จำกัดคุณสมบัติผู้เข้าร่วม โดยกำหนดให้ต้องยืนยันตัวตนและปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกำกับดูแล สำหรับนักลงทุนสถาบันหรือกรณีที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล การจำกัดสิทธิ์เข้าถึงคู่สัญญาและสินทรัพย์บนเลดเจอร์แบบสาธารณะจึงยังมีความจำเป็น
ทั้งนี้ โทเคนโพสต์(TokenPost) เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่าบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวบน XRP Ledger ลดลง แต่ปริมาณการซื้อขายต่อบัญชีกลับเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าในรอบ 1 ปี ซึ่งขณะนั้นประเด็นที่ถูกพูดถึงก็คือบัญชีบางส่วนทำธุรกรรมขนาดใหญ่ขึ้น มากกว่าที่ฐานผู้ใช้งานเครือข่ายจะขยายตัว
ตัวเลขล่าสุดนี้ยังไม่อาจสรุปได้ว่าการใช้งาน XRP Ledger ขยายวงกว้างขึ้น แต่แสดงให้เห็นว่าแม้จำนวนบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวจะลดลง ปริมาณการซื้อขายผ่านออร์เดอร์บุ๊กและยอดคงเหลือของสินทรัพย์โทเคไนซ์กลับเพิ่มขึ้น ซึ่งยืนยันอีกครั้งว่าการดูตัวชี้วัดเพียงตัวเดียวไม่เพียงพอต่อการประเมินการยอมรับเครือข่ายหรือทิศทางราคา
ความคิดเห็น 0