มีรายงานว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) อัดฉีดสภาพคล่องผ่านเรปโปย้อนกลับอายุ 7 วันมูลค่า 500 ล้านหยวน แต่เมื่อตรวจสอบประกาศตลาดเปิดอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ กลับไม่พบรายการวันเดียวกันที่ตรงกับตัวเลขนี้ เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นเกี่ยวกับการบริหารตลาดเงินระยะสั้นของจีนมากกว่าจะเป็นสัญญาณอัดฉีดสภาพคล่องขนาดใหญ่
ต้นตอของรายงานคือเว็บไซต์ CryptoBriefing ที่ระบุว่า PBOC จัดเรปโปย้อนกลับ 7 วัน วงเงิน 500 ล้านหยวน แต่ในประกาศตลาดเปิดของ PBOC เองไม่ปรากฏรายการเรปโปย้อนกลับ 7 วันมูลค่าเท่านี้ในวันดังกล่าว
ประกาศตลาดเปิดอย่างเป็นทางการล่าสุดที่ตรวจสอบได้ย้อนไปถึงวันที่ 24 สิงหาคม ซึ่ง PBOC ใช้วิธีประมูลแบบกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่และเสนอปริมาณ (fixed rate, quantity tender) จัดเรปโปย้อนกลับ 7 วัน วงเงิน 3.4 แสนล้านหยวน โดยกำหนด อัตราดอกเบี้ย ไว้ที่ 1.40%
ทั้งยอดเสนอซื้อและยอดที่ประมูลได้ในวันนั้นเท่ากันพอดีที่ 3.4 แสนล้านหยวน ข้อมูลนี้ชี้ว่าแม้จะเป็นเรปโปย้อนกลับ 7 วันเหมือนกัน แต่ต้องดูทั้งขนาดวงเงิน อัตราดอกเบี้ย และโครงสร้างอายุคงเหลือประกอบกัน จึงจะแยกสัญญาณเชิงนโยบายออกมาได้อย่างแม่นยำ
เรปโปย้อนกลับเป็นเครื่องมือดำเนินนโยบายผ่านตลาดเปิดที่ธนาคารกลางใช้อัดฉีดสภาพคล่องระยะสั้นให้สถาบันการเงิน โดยธนาคารกลางจะซื้อพันธบัตรแล้วนำกลับมาขายคืนเมื่อครบกำหนดระยะเวลาหนึ่ง เป็นกลไกปรับสภาพคล่องในระบบ
PBOC เคยอธิบายไว้ในเอกสารทางการว่า อัตราเรปโปย้อนกลับ 7 วันในตลาดเปิดทำหน้าที่เป็น อัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น ที่ใช้ชี้นำให้อัตราดอกเบี้ยตลาดเคลื่อนไหวรอบแกนนี้
ดังนั้นประเด็นสำคัญของรายงานนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 500 ล้านหยวน แต่อยู่ที่ว่าอัตราดอกเบี้ยเรปโปย้อนกลับ 7 วันยังคงตัวอยู่หรือไม่ PBOC เองก็เคยชี้แจงว่าการดูแค่วงเงินเรปโปย้อนกลับในวันใดวันหนึ่งแล้วสรุปทิศทางนโยบายการเงินทั้งหมดนั้นไม่เหมาะสม
เรปโปย้อนกลับยังถูกใช้ดูดซับความผันผวนของสภาพคล่องรายวันหรือแม้แต่ระหว่างวันด้วย การที่วงเงินอัดฉีดครั้งใดครั้งหนึ่งจะน้อยหรือมาก จึงไม่เพียงพอจะสรุปว่าเป็นการผ่อนคลายหรือคุมเข้มนโยบาย
กรณีช่วงปลายเดือนมิถุนายนก็สะท้อนแนวคิดเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า PBOC เปิดใช้เรปโปย้อนกลับแบบข้ามคืน (overnight) เป็นครั้งแรก อัดฉีดวงเงิน 3 แสนล้านหยวน และในวันเดียวกันยังคงเรปโปย้อนกลับ 7 วันไว้ที่ 1.575 แสนล้านหยวน พร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.40% เท่าเดิม
ตอนนั้นตลาดตีความว่าเป็นการ ปรับปรุงเครื่องมือบริหารสภาพคล่องให้ละเอียดขึ้น ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทางนโยบาย เพราะขยายช่องทางอัดฉีดเงินอายุสั้น แต่ยังรักษาแกนอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นไว้เหมือนเดิม
รายงานก่อนหน้านี้ของสำนักข่าวเราเองก็เคยชี้ว่าการดำเนินตลาดเปิดของ PBOC เป็นเรื่องการปรับสภาพคล่องระยะสั้นมากกว่าการเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลัก โดยครั้งนั้นตัวเลขที่มีการรายงานก็ต่างจากตัวเลขในประกาศทางการเช่นกัน การตรวจสอบเอกสารที่เผยแพร่ต่อสาธารณะจึงเป็นหัวใจของการตัดสินข่าวลักษณะนี้เสมอ
สำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล สภาพคล่องของจีนถือเป็น ตัวแปรทางอ้อม มากกว่าปัจจัยขับเคลื่อนโดยตรง อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและความคาดหวังต่อค่าเงินหยวนอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงได้บ้าง แต่การใช้ตัวเลขเรปโปย้อนกลับขนาดเล็กที่ยังยืนยันไม่ได้เต็มที่แบบนี้ มาอธิบายทิศทางราคาบิตคอยน์(BTC) หรืออีเธอเรียม(ETH) ย่อมทำได้ยาก
ตัวชี้วัดที่ควรติดตามจริง ๆ ไม่ใช่วงเงินอัดฉีดรายวัน แต่คืออัตราดอกเบี้ยเรปโปย้อนกลับ 7 วันเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นในตลาดจริง อัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารอย่าง DR001 และ DR007 ว่าเคลื่อนไหวอยู่รอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ ถือเป็นเกณฑ์หลักในการอ่านสถานการณ์สภาพคล่องของจีน
บนโซเชียลมีเดียสาธารณะ พบเพียงการนำตัวเลขไปโพสต์ซ้ำในรูปแบบพาดหัวข่าวเท่านั้น ยังไม่พบกระแสถกเถียงที่ชัดเจนขยายวงกว้าง ข้อมูลอ้างอิงล่าสุดที่ยืนยันได้ในขณะนี้จึงยังคงเป็นตัวเลขวันที่ 24 สิงหาคม คือเรปโปย้อนกลับ 7 วันวงเงิน 3.4 แสนล้านหยวน อัตราดอกเบี้ย 1.40%
ความคิดเห็น 0