กองทุน ETF ประเภท ‘Active’ จำนวน 5 กอง ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์เกาหลีในปีนี้ เนื่องจากค่า ‘สหสัมพันธ์’ (correlation coefficient) กับดัชนีอ้างอิงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด แม้บางกองจะทำผลตอบแทนชนะดัชนีอ้างอิงก็ตาม กรณีนี้ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าเกณฑ์การรักษาสถานะจดทะเบียนขัดกับเจตนารมณ์ของการบริหารกองทุนแบบ Active ที่มุ่งเอาชนะดัชนีอยู่ในตัว
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนโคเรียอินเวสท์เมนท์ (Korea Investment Management) มี ETF Active 4 กองถูกเพิกถอนไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตามมาด้วยไทม์โฟลิโอแอสเซทแมเนจเมนท์ (Timefolio Asset Management) ที่มี ETF อีก 1 กองถูกเพิกถอนด้วยเหตุผลเดียวกันในเดือนสิงหาคม ค่าสหสัมพันธ์เป็นตัวชี้วัดว่าราคา ETF เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงมากน้อยเพียงใด
ตามกฎการจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ (Securities Market) ฉบับปัจจุบัน หาก ETF ประเภท Active มีค่าสหสัมพันธ์กับดัชนีอ้างอิงต่ำกว่า 0.7 ติดต่อกันนาน 3 เดือน จะเข้าข่ายต้องถูกเพิกถอน ปัญหาคือเมื่อผู้จัดการกองทุนปรับพอร์ตอย่างจริงจังเพื่อเอาชนะดัชนีอ้างอิง ค่าสหสัมพันธ์ก็มีแนวโน้มลดต่ำลงตามไปด้วย
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกรณีที่ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีอ้างอิงแต่ก็ยังหนีการเพิกถอนไม่พ้น กองทุน ACE Apple Value Chain Active ของโคเรียอินเวสท์เมนท์ ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิถุนายน) อยู่ที่ 167.75% สูงกว่าดัชนีอ้างอิงถึง 28.12 จุดเปอร์เซ็นต์
กองทุน TIME US Dividend Dow Jones Active ของไทม์โฟลิโอ ก็เช่นกัน ในวันสุดท้ายที่ยังบริหารแบบ Active คือวันที่ 14 พฤษภาคม ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 36.06% สูงกว่าดัชนีอ้างอิง 9.42 จุดเปอร์เซ็นต์ ทั้งสองกองทำผลตอบแทนเหนือดัชนีอ้างอิงชัดเจน แต่กลับไม่ผ่านเกณฑ์ค่าสหสัมพันธ์
โดยหลักการแล้ว ETF Active คือกองทุนที่ผู้จัดการปรับสัดส่วนหรือเลือกหุ้นที่ต่างจากดัชนีอ้างอิง เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเกิน การถือหุ้นต่างจากดัชนีหรือปรับน้ำหนักมากเกินไปอาจช่วยดันผลตอบแทนให้สูงขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้ค่าสหสัมพันธ์ซึ่งวัดความคล้ายคลึงของการเคลื่อนไหวรายวันกับดัชนีอ้างอิงลดลงได้เช่นกัน
แหล่งข่าวในวงการธุรกิจการเงินรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “โดยธรรมชาติแล้ว ETF Active คือสินค้าที่มุ่งสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนีอ้างอิง แต่ยิ่งบริหารพอร์ตอย่างจริงจังเพื่อเอาชนะดัชนีมากเท่าไร ค่าสหสัมพันธ์กับดัชนีก็ยิ่งลดลงได้มากเท่านั้น กฎเกณฑ์ปัจจุบันจึงมีส่วนขัดกับเจตนารมณ์ของการบริหารแบบ Active อยู่ไม่น้อย” คำกล่าวนี้สะท้อนความกังวลว่าผู้จัดการกองทุนอาจต้องเลือกรักษาค่าสหสัมพันธ์ไว้ก่อนการตัดสินใจลงทุนที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเพิกถอน
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange หรือ KRX) ระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 4 กันยายน มีการเปิดเผยกรณี ETF ที่ค่าสหสัมพันธ์ต่ำกว่าเกณฑ์รวม 609 กรณี ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2025 ที่มี 64 กรณี ปี 2024 ที่มี 128 กรณี ปี 2023 ที่มี 45 กรณี และปี 2022 ที่มีเพียง 14 กรณี
ส่วนปี 2021 มีการเปิดเผย 291 กรณี และปี 2020 มี 102 กรณี ตัวเลขของปีนี้จึงสูงกว่าปีที่มีจำนวนกรณีน้อยที่สุดอย่างปี 2022 ถึง 43.5 เท่า
ความผันผวนของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นก็ถูกมองว่าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การรักษาเกณฑ์ทำได้ยากขึ้น ดัชนีคอสปี้ (KOSPI) ปีนี้เริ่มต้นที่ระดับราว 4,300 จุด ก่อนจะพุ่งขึ้นไปแตะ 9,000 จุด แล้วร่วงกลับลงมาที่ระดับ 6,600 จุด ความเคลื่อนไหวที่ผันผวนรุนแรงเช่นนี้ส่งผลกระทบไปทั่วตลาด
โคเรียอินเวสท์เมนท์ชี้แจงว่าได้ปรับพอร์ตเพื่อพยายามดึงค่าสหสัมพันธ์กลับมา แต่ความผันผวนรุนแรงของตลาดทำให้ยากที่จะกลับไปแตะระดับ 0.7 ได้ทัน นักวิเคราะห์มองว่ายิ่งดัชนีเหวี่ยงตัวแรงเท่าไร กองทุนที่ถือพอร์ตต่างจากดัชนีอ้างอิงก็ยิ่งบริหารจัดการค่าสหสัมพันธ์ได้ยากขึ้นเท่านั้น
ค่าสหสัมพันธ์คำนวณจากผลตอบแทนรายวันในช่วงเวลาหนึ่งโดยให้น้ำหนักเท่ากันทุกวัน เมื่อมีช่วงที่ค่าต่ำกว่าเกณฑ์เกิดขึ้นแล้ว ผลกระทบนั้นจะยังคงค้างอยู่ในสูตรคำนวณ ทำให้แม้ผู้จัดการกองทุนจะปรับกลยุทธ์ให้ใกล้เคียงดัชนีอ้างอิงมากขึ้นในภายหลัง ตัวเลขก็อาจไม่ฟื้นตัวกลับมาได้ในเวลาอันสั้น
แหล่งข่าวจากบริษัทจัดการกองทุนอีกรายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า “นับตั้งแต่วินาทีที่ค่าสหสัมพันธ์หลุดจาก 0.7 แม้จะพยายามทำพอร์ตให้เหมือนดัชนีอ้างอิงไปตลอด 3 เดือนก็อาจยังไม่ผ่านเกณฑ์อยู่ดี ดังนั้นควรผ่อนปรนอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือเกณฑ์ 0.7” ความเห็นนี้ชี้ว่าทั้งเกณฑ์ตัวเลขและระยะเวลาผ่อนผันควรถูกทบทวนไปพร้อมกัน
หนังสือพิมพ์เอเชียเศรษฐกิจ (Asia Economy) รายงานว่า ในบรรดาประเทศพัฒนาแล้วรายใหญ่ เกาหลีใต้เป็นประเทศเดียวที่กำหนดเกณฑ์ค่าสหสัมพันธ์แบบบังคับสำหรับ ETF Active และระบุด้วยว่าประเทศญี่ปุ่นซึ่งเริ่มเปิดให้มี ETF Active ตั้งแต่ปี 2023 นั้นไม่มีเกณฑ์ค่าสหสัมพันธ์ในลักษณะนี้เลย
ตลาด ETF Active ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ตามรายงานก่อนหน้าของโตเกนโพสต์ที่ระบุว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิของ ETF Active ในประเทศเพิ่มขึ้นแตะ 104.8275 ล้านล้านวอน ณ สิ้นเดือนสิงหาคมปีนี้ สะท้อนว่าแม้ขนาดตลาดจะขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ แต่รูปแบบสินค้าและกลยุทธ์การบริหารก็มีความหลากหลายมากขึ้นเช่นกัน
โตเกนโพสต์เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่า ETF Active 5 กองถูกเพิกถอนเนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ค่าสหสัมพันธ์ เช่นกัน คาดว่าการถกเถียงเชิงนโยบายเรื่องการปรับสมดุลระหว่างเสรีภาพในการบริหารกองทุนกับการคุ้มครองนักลงทุนจะยังดำเนินต่อไป
ความคิดเห็น 0