ปริมาณการซื้อขายสัญญา perpetual futures ของสินทรัพย์โลกจริงที่นำมาเชื่อมกับบล็อกเชน (Real World Asset หรือ RWA) ซึ่งอ้างอิงราคาหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ พุ่งทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,694 ล้านล้านวอน) สะสมตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ทั้งที่ไตรมาสยังไม่ปิดบัญชีด้วยซ้ำ
คริปโตแรงก์ (CryptoRank) เว็บไซต์ข้อมูลตลาดคริปโต เปิดเผยว่าปริมาณการซื้อขาย RWA perpetual futures ในไตรมาส 3 ทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว ขณะที่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมามีปริมาณการซื้อขายราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,616.4 ล้านล้านวอน) เท่ากับว่าตัวเลขล่าสุดเพิ่มขึ้นกว่า 67% ก่อนไตรมาสจะสิ้นสุดด้วยซ้ำ
ปริมาณการซื้อขายรายเดือนแตะระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 134.7 ล้านล้านวอน) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ก่อนจะพุ่งขึ้นต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม สะท้อนว่าโมเมนตัมของไตรมาสนี้เร่งตัวขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ต้นไตรมาส
สัญญา RWA perpetual futures คือสัญญาอนุพันธ์ที่ผู้ซื้อขายไม่ได้ถือหุ้นหรือสินค้าโภคภัณฑ์จริง แต่เทรดสัญญาที่ ‘อ้างอิง’ การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์นั้นแทน ทำให้ตลาดอนุพันธ์บนบล็อกเชนที่เคยจำกัดอยู่แค่คริปโตเคอร์เรนซี ขยายขอบเขตไปครอบคลุมหุ้น ดัชนี ทองคำ และน้ำมันด้วย
การซื้อขายส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ยอดนิยมบางตัว ข้อมูลจากดีไฟลามา (DeFiLlama) ระบุว่าบนแพลตฟอร์มเทรดเอ็กซ์วายแซด (Trade.xyz) สัญญาที่อ้างอิงดัชนี S&P500 มีการซื้อขายคึกคักที่สุด ตามมาด้วยสัญญาทองคำและน้ำมันดิบที่มีปริมาณสูงเช่นกัน
เข้าสู่เดือนกันยายน ขอบเขตการซื้อขายขยายไปยังหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น สัญญาที่อ้างอิงเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) มีความต้องการเข้ามาเพิ่ม ขณะที่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับฉางซิน เมมโมรี เทคโนโลยี (CXMT) บริษัทเซมิคอนดักเตอร์จีน ก็ถูกพูดถึงในฐานะสินทรัพย์ที่ตลาดให้ความสนใจเช่นกัน
ศูนย์กลางของการซื้อขายกำลังเปลี่ยนจากกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ (CEX) ไปสู่กระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) ตลอดปีนี้ไบแนนซ์ (Binance) ครองความเป็นผู้นำตลาดมาโดยตลอด แต่ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ระบบนิเวศ HIP-3 ของไฮเปอร์ลิควิด (Hyperliquid) เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
HIP-3 เป็นโครงสร้างที่เปิดให้นักพัฒนาภายนอกสร้างตลาด perpetual futures ใหม่บนไฮเปอร์ลิควิดได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถออกแบบสัญญาที่อ้างอิงสินทรัพย์นอกโลกคริปโต เช่น หุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ ได้อย่างหลากหลาย และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ขอบเขตการซื้อขายขยายตัวต่อเนื่อง
ข้อมูล ณ วันที่ 24 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า HIP-3 มีสัดส่วนมากกว่า 87% ของปริมาณการซื้อขาย RWA perpetual futures ทั้งหมด และในวันเดียวกัน HIP-3 ยังครองสัดส่วนมากกว่า 73% ของปริมาณการซื้อขาย perpetual futures ทั้งหมดบน DEX อีกด้วย
โครงสร้างนี้ทำให้สัญญาของหุ้นที่ตลาดให้ความสนใจอย่างเอสเค ไฮนิกซ์และซีเอ็กซ์เอ็มที (CXMT) ถูกเปิดให้เทรดได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายสัญญาเหล่านี้ ‘ไม่ได้’ สะท้อนขนาดการถือครองสินทรัพย์อ้างอิงจริง หรือมูลค่าบริษัทอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
สัญญา synthetic futures ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่อ้างอิงกับสินทรัพย์ต้นทางได้ก็จริง แต่ต่างจากการถือหุ้นจริงตรงที่ไม่ได้ให้สิทธิ์ผู้ถือหุ้น เช่น สิทธิ์ออกเสียงหรือเงินปันผล ซึ่งเป็นประเด็นที่เคยอธิบายไว้ในบทวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์โทเคไนซ์กับ synthetic futures มาก่อนแล้ว
ในตลาด HIP-3 ของไฮเปอร์ลิควิด การป้อนราคาผ่านออราเคิล (oracle) และเงื่อนไขของแต่ละสัญญาเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างการซื้อขาย ดังนั้นแม้ปริมาณการซื้อขายจะเพิ่มขึ้น นักลงทุนก็ควรตรวจสอบสภาพคล่องของแต่ละสัญญา วิธีคำนวณราคา และเงื่อนไขเลเวอเรจควบคู่กันไปด้วย
สำหรับนักลงทุนที่คุ้นเคยกับหุ้นอย่างเอสเค ไฮนิกซ์ จุดที่น่าสนใจคือหุ้นที่คุ้นตาเช่นนี้กลายเป็นสินทรัพย์อ้างอิงในตลาดอนุพันธ์บนบล็อกเชนไปแล้ว แต่ก็ไม่ควรมองว่าเป็นปรากฏการณ์เดียวกันกับการซื้อขายในตลาดหุ้นจริง หรือความต้องการของผู้ถือหุ้นจริงของบริษัทนั้น
การที่ปริมาณการซื้อขาย RWA perpetual futures ขยายตัวจากคริปโตเคอร์เรนซีไปสู่สินทรัพย์การเงินดั้งเดิม สะท้อนว่าขอบเขตของตลาดอนุพันธ์บนบล็อกเชนกว้างขึ้นกว่าเดิม ในทางกลับกัน เมื่อการซื้อขายช่วงหลังกระจุกตัวอยู่ในสัญญาหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์บางตัว คำถามที่ว่าสภาพคล่องของตลาดโดยรวมจะทรงตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่ก็ยังต้องติดตามแยกต่างหาก
ทั้งนี้ ตัวเลข 2 ล้านล้านดอลลาร์ดังกล่าวเป็นปริมาณการซื้อขายสะสมของสัญญา RWA perpetual futures เท่านั้น ไม่ใช่มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ RWA ในตลาดสปอต หรือมูลค่าสินทรัพย์อ้างอิงที่ถือครองจริง จึงไม่สามารถนำไปเทียบขนาดกันได้โดยตรง
ความคิดเห็น 0