มาร์ก สปิตซ์นาเกล(Mark Spitznagel) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของยูนิเวอร์ซา อินเวสต์เมนต์ส(Universa Investments) เตือนว่ากระแสการเก็งกำไรในหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจพุ่งขึ้นไปอีกระลอกใหญ่ ก่อนที่ตลาดจะเผชิญกับการ ‘ปรับฐาน’ รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
สปิตซ์นาเกลให้สัมภาษณ์กับ Business Insider เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่ากระแส AI มีโอกาสดันตลาดขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีก แต่หลังจากนั้นโลกอาจได้เห็น “การพังทลายที่ใหญ่กว่าอะไรก็ตามที่เราเคยเจอมาในชีวิต”
เขากล่าวว่า “ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผมจะกลายเป็นขาลงที่ดังที่สุดที่คุณเคยได้ยิน” พร้อมย้ำว่า “แต่ไม่ใช่ตอนนี้” ซึ่งหมายความว่ากระแสการลงทุนใน AI จะยังไม่จบลงในทันที
สปิตซ์นาเกลระบุว่าสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมกำลังจะเจอ “แรลลี่ที่บ้าคลั่ง เสี่ยงสุดขีด และยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง” ก่อนที่จะจบลง และช่วงเวลาที่แรลลี่นี้สิ้นสุดอาจมาเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้
เขาชี้ว่าการใช้ ‘เลเวอเรจ’ ที่สูงเกินไปในตลาดขณะนี้ รวมถึงการเดิมพันที่ “หยิ่งผยองและมโหฬาร” เป็นความเสี่ยงสำคัญ แม้จะไม่ได้ฟันธงว่าตลาดเริ่มปรับฐานไปแล้ว แต่มองว่าเมื่อขาขึ้นดำเนินไปนานพอ การเปลี่ยนทิศทางของตลาดอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
สปิตซ์นาเกลยังกล่าวถึงไมเคิล เบอร์รี(Michael Burry) นักลงทุนชื่อดังจากภาพยนตร์ ‘The Big Short’ ว่ามีมุมมองที่ถูกต้องในการตั้งคำถามต่อการทุ่มลงทุนของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สาย AI ในชิปและศูนย์ข้อมูล รวมถึงธุรกรรมทางการเงินแบบวงจรปิดและหนี้สินที่ซ่อนอยู่
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าเบอร์รีจะไม่สามารถ ‘จับจังหวะ’ การร่วงของตลาดได้อย่างแม่นยำ เพราะการชี้ให้เห็นความเสี่ยงของ AI กับการคาดการณ์ช่วงเวลาที่ตลาดจะร่วงจริงเป็นคนละเรื่องกัน
ยูนิเวอร์ซาเป็นกองทุนที่บริหารกลยุทธ์รับมือกับเหตุการณ์ช็อกในตลาดที่รุนแรง หาได้ยาก และคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ สปิตซ์นาเกลอธิบายว่ากองทุนนี้ถูกออกแบบมาให้ยอมขาดทุนในช่วงตลาดสงบ เพื่อแลกกับการรับมือความผันผวนรุนแรงเมื่อมันมาถึง
กลยุทธ์นี้ใช้วิธีซื้อ ‘ออปชันนอกเงิน’ (out-of-the-money options) ที่สามารถทำกำไรก้อนใหญ่ได้หากราคาหุ้นเคลื่อนไหวรุนแรง ในช่วงตลาดนิ่งกลยุทธ์นี้อาจขาดทุนแทบทุกวันซื้อขาย แต่เมื่อตลาดการเงินเจอแรงสั่นสะเทือนใหญ่ ก็มีโอกาสทำกำไรได้
สปิตซ์นาเกลยอมรับว่ากลยุทธ์แบบนี้คือ “สิ่งที่ยากที่สุด” เพราะต้องอดทนกับผลขาดทุนรายวันไปเรื่อยๆ จนกว่าหายนะในตลาดจะเกิดขึ้นจริง
เขากล่าวว่า “วิธีหนึ่งที่จะได้ผลตอบแทนส่วนเกินที่แท้จริง คือการไล่ตามกระแสรายได้หรือโครงสร้างผลตอบแทนที่แทบไม่มีใครต้องการเลยจริงๆ” สะท้อนว่ากลยุทธ์ที่ต้องแบกต้นทุนสูงและขาดทุนต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจได้รับผลตอบแทนคุ้มค่าเมื่อตลาดเจอแรงกระแทกใหญ่
‘แบล็กสวอน’ (Black Swan) หมายถึงเหตุการณ์ที่เคยถูกมองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นต่ำ แต่เมื่อเกิดขึ้นจริงกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนใหญ่ต่อตลาดการเงินและเศรษฐกิจ สปิตซ์นาเกลบริหารกลยุทธ์การลงทุนที่เตรียมรับมือกับเหตุการณ์สุดขั้วเช่นนี้มาโดยตลอด
สปิตซ์นาเกลระบุว่าการจัดสรรพอร์ตบางส่วนไปยังยูนิเวอร์ซาจะช่วยรับมือความเสี่ยงจากตลาดร่วงรุนแรงได้ ทั้งนี้เป็นเพียงมุมมองของเขาต่อเป้าหมายและประสิทธิภาพของกลยุทธ์ที่ยูนิเวอร์ซาบริหารอยู่เท่านั้น
คำกล่าวครั้งนี้สะท้อนทั้งความเป็นไปได้ที่กระแสการลงทุนใน AI จะยังไปต่อ และความเสี่ยงขาลงที่อาจตามมาในภายหลัง โดยสปิตซ์นาเกลไม่ได้ระบุช่วงเวลาหรือขนาดของการปรับฐานที่ชัดเจน และไม่ได้ฟันธงว่าตลาดเริ่มร่วงแล้วในขณะนี้
ความคิดเห็น 0