สัดส่วนการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์ (Tokenized Stock) ทั่วโลกในแต่ละวันบนเครือข่าย โซลานา(SOL) ลดลงจาก 71% เหลือ 30% ภายในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ปรากฏการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นผลจากสภาพคล่องที่ไหลไปยังเครือข่ายคู่แข่งอย่าง บีเอ็นบีเชน(BNB Chain) และ โรบินฮู้ดเชน(Robinhood Chain) ซึ่งเปิดตัวคู่เทรดที่ผสม 'มีมคอยน์' เข้ากับหุ้นโทเคนไนซ์
เมื่อวันที่ 7 กันยายน (เวลาท้องถิ่น) Crypto Briefing รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Blockworks ว่า ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนและหลังวันที่ 27 สิงหาคม สัดส่วนปริมาณการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์ทั่วโลกบนโซลานาลดลงจาก 71% เหลือ 30% ทั้งนี้ ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัญหาขัดข้องหรือประสิทธิภาพของเครือข่ายโซลานาเอง
สิ่งที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้คือโครงสร้างการเทรดที่ผูก 'มีมคอยน์' เข้ากับโทเคนอ้างอิงหุ้น ขณะที่ เอ็กซ์สต็อกส์(xStocks) บนโซลานาเน้นการซื้อขายโทเคนหุ้นโดยตรง บีเอ็นบีเชนและโรบินฮู้ดเชนกลับจัดคู่เทรดที่รวมมีมคอยน์กับหุ้นโทเคนไนซ์ไว้ด้วยกัน
บนบีเอ็นบีเชน คู่เทรดมีมคอยน์-หุ้นชื่อ '$牛来' เคยมีมูลค่าตลาดสูงถึง 77 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 103,700 ล้านวอน) ส่วนบนโรบินฮู้ดเชน คู่เทรด '$AI' มีมูลค่าตลาดขยับขึ้นไปถึง 67 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 90,200 ล้านวอน)
ผู้ใช้ที่ต้องการเข้าร่วมการซื้อขายเหล่านี้ต้อง 'บริดจ์' สินทรัพย์ไปยังเครือข่ายที่มีคู่เทรดนั้นอยู่ก่อน การบริดจ์คือกระบวนการโอนย้ายสินทรัพย์ข้ามบล็อกเชน ยิ่งมีการโอนย้ายมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวเลขปริมาณการซื้อขายและกิจกรรมบนเครือข่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
หุ้นโทเคนไนซ์คือสินทรัพย์ที่แปลงสิทธิทางเศรษฐกิจของหุ้นจริงให้อยู่ในรูปโทเคนบนบล็อกเชน แต่ละผลิตภัณฑ์มีผู้ออก วิธีการไถ่ถอน และเขตอำนาจศาลที่ใช้งานได้แตกต่างกัน ดังนั้นแม้เรียกว่าหุ้นโทเคนไนซ์เหมือนกัน แต่ขอบเขตสิทธิที่แท้จริงอาจไม่เท่ากัน
ก่อนหน้านี้ โซลานาครองสัดส่วนสูงในตลาดหุ้นโทเคนไนซ์ โดยในไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์ที่เกี่ยวข้องกับ สเปซเอ็กซ์(SpaceX) เพิ่มขึ้นมากในช่วงเดือนมิถุนายน โซลานาครองสัดส่วนปริมาณการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์แบบสปอตบนเชนสูงถึง 95-97%
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าสัดส่วนการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์ของโซลานาในไตรมาส 2 อยู่ที่ราว 97% โดยตัวเลขครั้งนั้นเป็นข้อมูลรายไตรมาส ต่างจากตัวเลขล่าสุดที่เป็นสัดส่วนการซื้อขายรายวันทั่วโลกในช่วงเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
การที่สัดส่วนเชิงเปรียบเทียบของโซลานาลดลง ไม่ได้หมายความว่าผลงานสะสมโดยรวมลดลงตามไปด้วย นับตั้งแต่เอ็กซ์สต็อกส์เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025 ปริมาณการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์สะสมบนโซลานาทะลุ 9,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 12,796,500 ล้านวอน) ไปแล้ว
จำนวนผู้ถือหุ้นโทเคนไนซ์ที่ไม่ซ้ำกันบนโซลานาอยู่ที่ 288,000 ราย ขณะที่ขนาดพูลสินเชื่อที่ใช้หุ้นค้ำประกันอยู่ที่ 56 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 75,400 ล้านวอน) ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2026
ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าในตลาดหุ้นโทเคนไนซ์ ปัจจัยแข่งขันไม่ได้มีแค่สินทรัพย์อ้างอิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างการเทรดและวิธีดึงดูดผู้ใช้ด้วย เมื่อรูปแบบการเทรดหุ้นโทเคนไนซ์โดยตรงต้องแข่งขันกับรูปแบบที่ผูกกับมีมคอยน์ในตลาดเดียวกัน สัดส่วนการซื้อขายในแต่ละเชนจึงเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
โรบินฮู้ดเชนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์โดยเฉพาะ แต่ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าในช่วงแรกหลังเปิดตัว กิจกรรมบนเครือข่ายนี้ขึ้นอยู่กับการซื้อขายมีมคอยน์เป็นหลัก และในกรณีนี้ก็เช่นกัน คู่เทรดที่ผสมมีมคอยน์เข้าไปเป็นตัวดึงทั้งปริมาณการซื้อขายหุ้นโทเคนไนซ์และผู้ใช้ใหม่เข้าสู่เชน
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขายอาจได้รับอิทธิพลจากโครงสร้างคู่เทรดและความต้องการบริดจ์สินทรัพย์ ส่วนคำถามที่ว่ากิจกรรมโดยรวมของเชนที่เพิ่มขึ้นจะสะท้อนความต้องการหุ้นโทเคนไนซ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่นั้น ยังต้องตรวจสอบแยกต่างหาก
สิ่งที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือสัดส่วนการซื้อขายเชิงเปรียบเทียบของโซลานาที่ลดลง และการขยายตัวของคู่เทรดมีมคอยน์-หุ้นบนบีเอ็นบีเชนและโรบินฮู้ดเชน ส่วนความยั่งยืนของแต่ละคู่เทรดและผลกระทบต่อภาพรวมตลาดหุ้นโทเคนไนซ์ ยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0