Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ปี 2027 เกาหลีใต้เริ่มเก็บภาษีคริปโต เบี้ยประกันสุขภาพอาจขยับตามหรือไม่

โต๊ะทำงานวางใบแจ้งภาษีและเครื่องคิดเลข / TokenPost.ai

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เกาหลีใต้จะเริ่มเก็บภาษีจากรายได้ที่เกิดจากการขายหรือให้เช่าสินทรัพย์ดิจิทัล และมีความเป็นไปได้ว่าภาระเบี้ยประกันสุขภาพของนักลงทุนบางกลุ่มจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากเกณฑ์คำนวณภาษีกับเกณฑ์คำนวณเบี้ยประกันสุขภาพนั้นแตกต่างกัน ภาระที่แท้จริงจึงขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำธุรกรรมและสถานะการเป็นผู้ประกันตนของแต่ละคน

กรมสรรพากรเกาหลีใต้(National Tax Service) ระบุว่ารายได้จากการขายหรือให้เช่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป จะถูกจัดเป็น ‘รายได้อื่น’ และเสียภาษีแบบแยกต่างหาก กรมสรรพากรระบุในประกาศที่เกี่ยวข้องว่าจะนำมูลค่าขายหักด้วยต้นทุนซื้อและค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ก่อนหักลดหย่อนพื้นฐาน 2.5 ล้านวอนต่อปี แล้วเก็บภาษีในอัตรา 22% ซึ่งรวมภาษีท้องถิ่นแล้ว

สิ่งที่ต้องเสียภาษีคือกำไรที่ ‘เกิดขึ้นจริง’ จากการขายหรือให้เช่า ไม่ใช่กำไรทางบัญชีจากราคาที่ปรับตัวขึ้น นักลงทุนจะต้องรวมกำไรและขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงตลอดทั้งปี แล้วยื่นแบบและชำระภาษีในเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป

ทิศทางการเก็บภาษีครั้งนี้สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลเกาหลีใต้ยืนยันแผนเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2027 ประเด็นที่เพิ่มขึ้นมาคือรายได้จากคริปโตถูกจัดอยู่ในหมวด ‘รายได้อื่น’ ตามกฎหมายภาษี ซึ่งการจัดหมวดนี้อาจเชื่อมโยงไปถึงการคำนวณเบี้ยประกันสุขภาพได้ด้วย

ฐานคำนวณเบี้ยประกันสุขภาพของเกาหลีใต้ครอบคลุมรายได้จากดอกเบี้ย เงินปันผล ธุรกิจ ค่าจ้าง เงินบำนาญ รวมถึง ‘รายได้อื่น’ ตามกฎหมายภาษีเงินได้ด้วย เอกสารของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติเกาหลีใต้(National Health Insurance Service) ก็ระบุว่ารายได้นอกเหนือจากค่าจ้างที่นำมาคำนวณเบี้ยประกันนั้นรวมรายได้อื่นไว้ด้วยเช่นกัน

สำหรับผู้ประกันตนประเภทลูกจ้าง(สังกัดบริษัท) จะไม่พิจารณารายได้จากคริปโตแยกเดี่ยวๆ ว่าต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มหรือไม่ แต่จะนำไปรวมกับรายได้นอกเหนือค่าจ้างประเภทอื่น เช่น ดอกเบี้ยและเงินปันผล หากยอดรวมทั้งปีเกิน 20 ล้านวอน ส่วนที่เกินอาจถูกเรียกเก็บ ‘เบี้ยประกันตามรายได้รายเดือน’ เพิ่มเติม

ตัวอย่างเช่น ลูกจ้างที่มีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลรวม 15 ล้านวอนต่อปี หากมีกำไรจากการซื้อขายคริปโตที่เกิดขึ้นจริงอีก 10 ล้านวอน รายได้นอกเหนือค่าจ้างรวมจะกลายเป็น 25 ล้านวอน กรณีนี้ส่วนที่เกิน 20 ล้านวอนคือ 5 ล้านวอน อาจกลายเป็นฐานคำนวณเบี้ยประกันเพิ่มเติมได้

แม้ลูกจ้างจะมีรายได้จากคริปโตเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าเกินเกณฑ์ที่กำหนดก็อาจมีภาระเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น หากกำไรสุทธิต่อปีอยู่ที่ 30 ล้านวอน ภาษีเงินได้และภาษีท้องถิ่นจะคำนวณจากยอด 27.5 ล้านวอน(หลังหักลดหย่อนพื้นฐาน 2.5 ล้านวอน) คูณอัตรา 22% ซึ่งเท่ากับประมาณ 6.05 ล้านวอน

แต่ในการคำนวณเบี้ยประกันสุขภาพ มีความเป็นไปได้ที่การหักลดหย่อนพื้นฐาน 2.5 ล้านวอนซึ่งใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้จะไม่ถูกนำมาใช้ ดังนั้นหากรายได้ส่วนนี้ถูกนำไปคำนวณเบี้ยประกันจริง ยอด 30 ล้านวอนที่เกิน 20 ล้านวอนไป 10 ล้านวอน อาจกลายเป็นฐานคำนวณเบี้ยประกันได้

หากใช้อัตราเบี้ยประกันสุขภาพปี 2026 ที่ 7.19% คำนวณแบบง่ายกับยอดส่วนเกิน 10 ล้านวอน จะได้เบี้ยประกันสุขภาพประมาณ 719,000 วอนต่อปี โดยสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติเกาหลีใต้ประกาศอัตราเบี้ยประกันสุขภาพปี 2026 ไว้ที่ 7.19% หากรวมเบี้ยประกันการดูแลระยะยาวเข้าไปด้วย ยอดรวมจะอยู่ที่ราว 810,000 วอน หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 68,000 วอน

เบี้ยประกันสุขภาพที่เก็บจากค่าจ้างปกติ บริษัทกับลูกจ้างจะแบ่งจ่ายกันคนละครึ่ง แต่ ‘เบี้ยประกันตามรายได้รายเดือน’ ที่เก็บจากรายได้นอกเหนือค่าจ้างนั้น ลูกจ้างต้องรับภาระเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาและวิธีการที่รายได้จากคริปโตจะถูกนำมาคำนวณเบี้ยประกันจริงยังต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม

สำหรับผู้ประกันตนประเภทพื้นที่(ไม่สังกัดบริษัท) จะไม่มีเกณฑ์ยกเว้น 20 ล้านวอนต่อปีแบบเดียวกับผู้ประกันตนประเภทลูกจ้าง หากสมมติว่ารายได้อื่นจากคริปโตถูกนำไปคำนวณเบี้ยประกันจริง เบี้ยประกันของกลุ่มนี้จะพิจารณาทั้งรายได้และทรัพย์สินประกอบกัน

ส่วนผู้ที่อยู่ในสถานะ ‘ผู้อยู่ในความอุปการะ’(ผู้ที่พึ่งพาผู้ประกันตนหลักโดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันเอง) หากรายได้รวมจากดอกเบี้ย เงินปันผล ธุรกิจ ค่าจ้าง เงินบำนาญ และรายได้อื่นเกิน 20 ล้านวอนต่อปี จะสูญเสียสถานะดังกล่าวและถูกเปลี่ยนเป็นผู้ประกันตนประเภทพื้นที่แทน ตัวอย่างเช่น ผู้อยู่ในความอุปการะที่ไม่มีรายได้อื่นเลย แต่มีกำไรจากการลงทุนคริปโตที่เกิดขึ้นจริง 30 ล้านวอน หากรายได้นี้ถูกนับรวมในเกณฑ์รายได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียสถานะผู้อยู่ในความอุปการะ

ควอน อิน-อุก(권인욱) ผู้สอบบัญชีภาษีและหัวหน้าสำนักงานบัญชีภาษีไอดับเบิลยู(IW Tax Accounting Office) ให้ความเห็นว่า “กฎหมายปัจจุบันไม่ได้แยกรายได้จากการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลหรือเงินรางวัลจากลอตเตอรีออกจากกัน แต่กำหนดให้รายได้อื่นทั้งหมดถูกนำไปรวมในฐานคำนวณเบี้ยประกันสุขภาพ” และ “เนื่องจากรายได้จากการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าข่ายรายได้อื่นตามกฎหมาย จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกเรียกเก็บเบี้ยประกันสุขภาพด้วยเช่นกัน” เพียงแค่การจัดอยู่ในหมวดรายได้อื่นก็เพียงพอให้มีโอกาสถูกเรียกเก็บได้ แต่วิธีการบังคับใช้จริงยังเป็นตัวแปรที่ต้องติดตามต่อไป

ควอน อิน-อุก กล่าวเสริมว่าในทางปฏิบัติยังยากที่จะยืนยันว่าเงินรางวัลลอตเตอรี ซึ่งเป็นรายได้อื่นที่เสียภาษีแบบแยกต่างหากเช่นเดียวกัน ถูกเรียกเก็บเบี้ยประกันสุขภาพจริงหรือไม่ ทั้งนี้ รายได้จากการขายหรือให้เช่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกิดขึ้นในปี 2027 จะมีกำหนดยื่นแบบและชำระภาษีในเดือนพฤษภาคม 2028

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1