วาฬรายหนึ่งบนแพลตฟอร์ม 'ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)' ทุ่มเงิน 14.135 ล้านดอลลาร์เปิดสัญญาที่อ้างอิงราคาหุ้นไมครอน เทคโนโลยี(Micron Technology, MU) และอีก 13.38 ล้านดอลลาร์เข้าสัญญาที่อ้างอิงราคาหุ้นเอสเค ไฮนิกส์(SK hynix) แต่ทั้งสองโพซิชันกลับติดลบทันทีหลังเข้าซื้อ
สื่อข้อมูลออนเชน TradingBits รายงานเมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ว่า ได้ติดตามธุรกรรมของกระเป๋าเงินที่ขึ้นต้นด้วย 0xc8b พบว่าแอดเดรสดังกล่าวเข้าซื้อสัญญา perpetual ของ MU ที่ราคาเฉลี่ย 1,055.1 ดอลลาร์ต่อหน่วย ขนาดโพซิชันรวมอยู่ที่ 14.135 ล้านดอลลาร์ และปัจจุบันขาดทุนทางบัญชีราว 313,000 ดอลลาร์
ก่อนหน้านี้แอดเดรสเดียวกันเพิ่งทำกำไรจากการเทรดครั้งก่อนไปประมาณ 810,000 ดอลลาร์ ก่อนจะกลับเข้าสร้างโพซิชันที่อ้างอิงราคาเอสเค ไฮนิกส์อีกครั้งภายใต้สัญญาที่เรียกว่า SKHX โดยราคาซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ 1,341 ดอลลาร์ และตอนนี้ขาดทุนทางบัญชีอยู่ราว 56,000 ดอลลาร์
เมื่อรวมมูลค่าตามราคาซื้อของทั้งสองโพซิชันจะอยู่ที่ 27.515 ล้านดอลลาร์ แต่ TradingBits ระบุว่ามูลค่ารวมของทั้งสองโพซิชัน long ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 27.1465 ล้านดอลลาร์ ทำให้ขาดทุนทางบัญชีรวมกันอยู่ที่ราว 369,800 ดอลลาร์
สำหรับ MU มีการตั้งคำสั่งขาย (sell order) ไว้ล่วงหน้าถึง 100 รายการ รวมจำนวน 13,397.3 หน่วย ในช่วงราคา 1,100-1,120 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคาซื้อเฉลี่ยประมาณ 4.3-6.1%
ด้าน SKHX ก็มีคำสั่งขายตั้งไว้ 100 รายการเช่นกัน รวม 9,749.1 หน่วย ในช่วงราคา 1,370-1,390 ดอลลาร์ สูงกว่าราคาซื้อเฉลี่ยประมาณ 2.2-3.7%
คำสั่งขายที่ตั้งไว้ในทั้งสองสัญญาสะท้อนแนวทางการเทรดที่ยังถือโพซิชันไว้ แต่พร้อมทยอยลดขนาดลงเมื่อราคาขึ้นถึงระดับที่กำหนด อย่างไรก็ตาม การตั้งคำสั่งไว้ล่วงหน้าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการซื้อขายจริงเกิดขึ้นหรือจะทำกำไรได้ตามที่วางแผนไว้หรือไม่
SKHX เป็นสัญญา perpetual บนไฮเปอร์ลิควิดที่อ้างอิงราคาหุ้นเอสเค ไฮนิกส์ ไม่ใช่การถือหุ้นจริง แต่เป็นโพซิชันอนุพันธ์บนเชนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น จึงไม่มีสิทธิออกเสียงหรือสิทธิรับเงินปันผลเหมือนผู้ถือหุ้นจริง
MU ก็ซื้อขายผ่านสัญญาลักษณะเดียวกัน ดังนั้นธุรกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่การเข้าซื้อหุ้นจริงของบริษัทกลุ่มเมมโมรีสหรัฐและเกาหลี แต่เป็นการเปิดโพซิชันเพื่อรับความเสี่ยงจากความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นเหล่านั้นผ่านไฮเปอร์ลิควิดเท่านั้น
ในช่วงเวลาเดียวกัน แอดเดรสนี้ยังเทขายโทเคน 'ไฮเปอร์ลิควิด(HYPE)' ซึ่งเป็นโทเคนของแพลตฟอร์มเองไปจำนวน 77,887.35 เหรียญ และขาดทุนจริงจากการขายครั้งนี้ราว 192,100 ดอลลาร์
ปัจจุบันแอดเดรสยังถือโพซิชัน long ของ HYPE อยู่ 356,492 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 29.926 ล้านดอลลาร์ และขาดทุนทางบัญชีอยู่ที่ราว 704,000 ดอลลาร์
ธุรกรรมรอบนี้แสดงให้เห็นว่าแอดเดรสดังกล่าวปิดโพซิชัน HYPE บางส่วนแบบขาดทุน พร้อมกับกลับมาเพิ่มโพซิชันในสัญญาที่อ้างอิงหุ้นกลุ่มเมมโมรี แต่เนื่องจากทั้งสองโพซิชันเมมโมรีมีคำสั่งขายตั้งรออยู่แล้ว จึงยังตีความล่วงหน้าไม่ได้ว่าเป็นการเพิ่มสถานะซื้อแบบเต็มตัว
ก่อนหน้านี้แอดเดรสเดียวกันเคยเป็นที่จับตาจากการปิดโพซิชัน SKHX แล้วกลับเข้าใหม่มาแล้วครั้งหนึ่ง รอบนี้มีทั้งราคาซื้อเฉลี่ยและช่วงราคาคำสั่งขายเปิดเผยออกมาพร้อมกัน ทำให้เห็นทั้งจุดเข้าซื้อและแผนการทยอยขายในคราวเดียว
ข้อมูลที่เปิดเผยทั้งหมดเป็นประวัติการซื้อขายของแอดเดรสเดียวเท่านั้น จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะขยายผลไปสู่ทิศทางรวมของหุ้นกลุ่มเมมโมรีหรือพฤติกรรมของผู้ใช้ไฮเปอร์ลิควิดโดยรวม
ความคิดเห็น 0