ควอดแอสเซ็ทเมเนจเมนท์ (Quad Asset Management) บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลของเกาหลีใต้ ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจจัดการเงินร่วมลงทุน (Collective Investment) เพื่อดำเนินธุรกิจ 'กองทุนรวม' ต่อสำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (Financial Supervisory Service หรือ FSS) แล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลซึ่งขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจนแตะระดับ 4 ล้านล้านวอน ก้าวเข้าสู่ตลาดกองทุนรวมอย่างเป็นทางการ
หนังสือพิมพ์ Korea Economic Daily รายงานว่า ควอดแอสเซ็ทเมเนจเมนท์ได้ยื่นเอกสารขอใบอนุญาตต่อ FSS เรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากนี้จะต้องผ่านการพิจารณาของ FSS ก่อนเข้าสู่วาระของคณะกรรมการกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (Financial Services Commission หรือ FSC) เพื่อพิจารณาและลงมติขั้นสุดท้าย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าผลการพิจารณาจะออกมาช่วงปลายปีนี้
ควอดแอสเซ็ทเมเนจเมนท์ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 เป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์อิสระที่เริ่มต้นจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์แนวลอง-ชอร์ต (Long-Short) ก่อนขยายขอบเขตการลงทุนไปสู่การลงทุนระยะยาวโดยยึดปัจจัยพื้นฐานของบริษัท และการลงทุนเชิงเคลื่อนไหว (Activist Investing)
จุดเด่นของกองทุนเชิงเคลื่อนไหวคือการกระจุกพอร์ตลงทุนไว้ในบริษัทจำนวนไม่กี่แห่ง ควอดแอสเซ็ทเมเนจเมนท์นำประสบการณ์ที่สั่งสมจากตลาดกองทุนส่วนบุคคลมาต่อยอดเพื่อรุกเข้าสู่ตลาดกองทุนรวม
ข้อมูลจากสมาคมการลงทุนทางการเงินเกาหลี (Korea Financial Investment Association) ระบุว่า สินทรัพย์ภายใต้การบริหารของควอดแอสเซ็ทเมเนจเมนท์ ณ วันที่ 4 กันยายน อยู่ที่ 4 ล้านล้าน 5,345 ร้อยล้านวอน หรือประมาณ 4.53 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าจากระดับ 9,227 ร้อยล้านวอนเมื่อ 5 ปีก่อน
เงื่อนไขการเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทจัดการกองทุนรวมแบบครบวงจร กำหนดให้ต้องมีประวัติการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 5 ปี และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านล้านวอน ซึ่งควอดแอสเซ็ทเมเนจเมนท์มีคุณสมบัติครบทั้งสองข้อในขณะนี้
กองทุนรวมคือผลิตภัณฑ์ที่ระดมเงินจากนักลงทุนจำนวนมากเพื่อนำไปบริหารจัดการ ด้วยฐานนักลงทุนที่กว้างกว่ากองทุนส่วนบุคคล จึงต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดกว่าทั้งด้านการขายผลิตภัณฑ์ การเปิดเผยข้อมูล และกฎเกณฑ์การบริหารจัดการ
ทั้งนี้ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจจัดการเงินร่วมลงทุนไม่ได้จบลงเพียงแค่การพิจารณาของ FSS เท่านั้น แต่ต้องผ่านการเสนอเข้าวาระและพิจารณาของ FSC ก่อนมีมติขั้นสุดท้าย จึงจะสามารถเริ่มบริหารกองทุนรวมได้จริง
การที่บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลรุกเข้าสู่ตลาดกองทุนรวมไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ไทม์โฟลิโออาเซ็ทเมเนจเมนท์ (Timefolio Asset Management) เป็นบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลรายแรกที่เข้าสู่ตลาดกองทุนรวมเมื่อปี 2019 ตามมาด้วยมัสต์แอสเซ็ทเมเนจเมนท์ (Must Asset Management) ที่ได้รับใบอนุญาตกองทุนรวมในปี 2022
ล่าสุดไลฟ์แอสเซ็ทเมเนจเมนท์ (Life Asset Management) ก็เข้าสู่ตลาดกองทุนรวมเช่นกัน สะท้อนแนวโน้มที่บริษัทจัดการสินทรัพย์ซึ่งขยายขนาดกองทุนในตลาดส่วนบุคคลจนแข็งแกร่ง เริ่มมองหาฐานนักลงทุนที่กว้างขึ้นผ่านตลาดกองทุนรวม
เจ้าหน้าที่ในวงการธุรกิจการลงทุนทางการเงินรายหนึ่งให้ความเห็นว่า "กองทุนส่วนบุคคลสามารถเก็บค่าธรรมเนียมผลตอบแทน (Performance Fee) และบริหารแบบเชิงรุกได้ แต่ก็มีข้อจำกัดเพราะขนาดตลาดเล็กกว่าตลาดกองทุนรวม ขณะที่กองทุนรวมมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าและถูกกำกับดูแลเข้มงวดกว่า แต่ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่กว่า บริษัทจึงเข้าไปเพื่อสร้างการเติบโต" คำกล่าวนี้สะท้อนว่ากองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวมต่างมีจุดเด่นจุดด้อยคนละแบบ ทั้งด้านอิสระในการบริหาร โครงสร้างค่าธรรมเนียม และฐานนักลงทุน โดยในตลาดกองทุนรวมนั้น นอกจากศักยภาพด้านการบริหารแล้ว การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างเครือข่ายการขายก็เป็นโจทย์สำคัญของการขยายธุรกิจเช่นกัน
ก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าธุรกิจกองทุนรวมนอกจากการขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารแล้ว ยังจำเป็นต้องมีศักยภาพด้านการตลาดทั้งการเข้าถึงลูกค้ารายย่อยและการขายด้วย ซึ่งเป็นประเด็นที่เคยถูกพูดถึงมาก่อน ดังนั้นการสร้างจุดเชื่อมต่อกับนักลงทุนและช่องทางการขายจึงยังเป็นโจทย์เพิ่มเติมสำหรับบริษัทที่ต้องการรุกตลาดกองทุนรวม
อย่างไรก็ตาม กระบวนการของควอดแอสเซ็ทเมเนจเมนท์ในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการยื่นขอใบอนุญาตเท่านั้น จะต้องผ่านการพิจารณาของ FSS และการลงมติของ FSC ก่อน โดยผลการพิจารณาคาดว่าจะประกาศออกมาช่วงปลายปีนี้
ความคิดเห็น 0