คิม บย็อง-ซู (Kim Byung-su) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโรโบทิซ (Robotis) ขายหุ้นสามัญจำนวน 366,525 หุ้นผ่านวิธีการซื้อขายนอกเวลาทำการ ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของเขาลดลงจาก 23.72% เหลือ 21.19%
ดิจิทัลทูเดย์ (Digital Today) รายงานว่า รายงานการถือครองหลักทรัพย์เฉพาะของผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ยื่นต่อระบบเปิดเผยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (DART) ระบุว่า คิมถือหุ้นอยู่ทั้งสิ้น 3,108,095 หุ้น
คิมดำรงตำแหน่งกรรมการจดทะเบียนและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโรโบทิซ และถูกรายงานในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้นเกิน 10% โดยรายงานฉบับนี้จัดทำขึ้น ณ วันที่ 8 กันยายน 2026
ก่อนหน้านี้ในรายงานฉบับล่าสุด คิมถือหุ้นอยู่ 3,474,620 หุ้น ขณะที่จำนวนหุ้นทั้งหมดที่โรโบทิซออกจำหน่ายอยู่ที่ 14,667,028 หุ้น ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นสามัญและสัดส่วนการถือครองหลักทรัพย์เฉพาะของคิมอยู่ที่ 21.19% เท่ากันทั้งสองรายการ
รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงระบุว่า หุ้นสามัญลดลง 366,525 หุ้น โดยสาเหตุของธุรกรรมคือ 'การซื้อขายนอกเวลาทำการ' และราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 274,667 วอนต่อหุ้น
การขายหุ้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการซื้อขายหุ้นที่คิมยื่นไว้ล่วงหน้า ซึ่งกำหนดราคาขายไว้ที่ 242,000 วอนต่อหุ้น แต่ราคาที่ปรากฏในรายงานจริงอยู่ที่ 274,667 วอนต่อหุ้น เดอะเบลล์ (Thebell) รายงานรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการซื้อขายและเบื้องหลังของธุรกรรมนี้
ด้านผลประกอบการของโรโบทิซ งบการเงินรวมประจำปีสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2025 ระบุว่า บริษัทมีสินทรัพย์รวม 319,700 ล้านวอน หนี้สินรวม 5,600 ล้านวอน และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 314,100 ล้านวอน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 38,900 ล้านวอน กำไรจากการดำเนินงาน 3,300 ล้านวอน และกำไรสุทธิ 5,300 ล้านวอน
โรโบทิซเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดคอสแดค (KOSDAQ) ของเกาหลีใต้ ดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์และหุ่นยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยเข้าจดทะเบียนเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2018 และถูกจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ
รายงานการถือครองหลักทรัพย์เฉพาะของผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นระบบที่กำหนดให้ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยจำนวนหุ้นที่ถือครองและการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้น โดยสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในรายงานฉบับนี้คือการขายหุ้นสามัญผ่านการซื้อขายนอกเวลาทำการ
หลังการทำธุรกรรมดังกล่าว หุ้นที่คิมถือครองลดลงเหลือ 3,108,095 หุ้น และสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 21.19%
ความคิดเห็น 0