ไบโอสมาร์ท(Biosmart) ผู้ถือหุ้นใหญ่ของดีรามี(Deramy, 032860) และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องรายงานว่าสัดส่วนการถือครอง ‘หุ้นและสิ่งที่เทียบเท่า’ เพิ่มขึ้นเป็น 54.75% จากผลของการรวมหุ้นในอัตรา 5 ต่อ 1 ที่ทำให้ต้องคำนวณจำนวนหุ้นใหม่ ประกอบกับการซื้อหุ้นเพิ่มในตลาดของบริษัทในเครือ
ไบโอสมาร์ทและบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 2 รายถือหุ้นและสิ่งที่เทียบเท่าของดีรามีรวม 4,423,265 หุ้น ณ วันที่ 7 กันยายน เพิ่มขึ้น 0.58 จุดเปอร์เซ็นต์จากระดับ 54.17% ในรายงานฉบับก่อนหน้าเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม
หุ้นที่ถือครองแบ่งเป็นหุ้นของไบโอสมาร์ท 2,285,714 หุ้น (28.29%) ออมนิซิสเต็ม(Omni System) 2,000,000 หุ้น (24.76%) และโบนาเน็ตเวิร์กส์(Bona Networks) 137,551 หุ้น (1.70%)
จำนวนหุ้นที่ถือครองรวมลดลง 17,460,603 หุ้นจากรายงานฉบับก่อน แต่การลดลงนี้เกิดจากการคำนวณจำนวนหุ้นใหม่หลังการรวมหุ้นเป็นหลัก ไม่ใช่การเทขายจำนวนมาก
ดีรามีมีมติรวมหุ้นในอัตรา 5 ต่อ 1 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน การรวมหุ้นมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม และหุ้นใหม่เข้าซื้อขายวันที่ 31 สิงหาคม
ผลจากการรวมหุ้น จำนวนหุ้นสามัญที่ออกจำหน่ายทั้งหมดลดลงจาก 40,395,863 หุ้น เหลือ 8,079,172 หุ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสัดส่วนการถือครองคำนวณจากทั้งจำนวนหุ้นทั้งหมดและจำนวนหุ้นที่ถือครอง การที่จำนวนหุ้นลดลงเพียงอย่างเดียวจึงไม่อาจใช้สรุปได้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นลดลงจริงหรือไม่
โบนาเน็ตเวิร์กส์ซื้อหุ้นในตลาดระหว่างวันที่ 31 สิงหาคมถึง 7 กันยายน จำนวน 13,100 หุ้น, 22,500 หุ้น, 7,072 หุ้น, 2,320 หุ้น และ 1,500 หุ้น ตามลำดับ รวมทั้งสิ้น 46,492 หุ้น
การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการถือครองในรายงานฉบับนี้เป็นผลจากทั้งการเปลี่ยนแปลงเชิงคำนวณจากการรวมหุ้นและการซื้อหุ้นเพิ่มของโบนาเน็ตเวิร์กส์ประกอบกัน จึงยากจะอธิบายการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดด้วยปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ดีรามีดำเนินธุรกิจเศษเหล็กและเครื่องสำอาง ผลประกอบการงบเดี่ยวสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2025 มีรายได้ 5.09 หมื่นล้านวอน ขาดทุนจากการดำเนินงาน 1.7 พันล้านวอน และขาดทุนสุทธิ 4.6 พันล้านวอน
ก่อนและหลังการรวมหุ้น ดีรามีมีการหยุดพักการซื้อขายและเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนหุ้นด้วย โดยช่องทางเปิดเผยข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ได้เผยแพร่ประกาศ ‘หุ้นที่มีการซื้อขายกระจุกตัวในบัญชีส่วนน้อย ควรระมัดระวังการลงทุน’ ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1-3 กันยายน
ราคาหุ้นดีรามี ณ เวลา 16.10 น. ของวันที่ 8 กันยายน อยู่ที่ 2,975 วอน เพิ่มขึ้น 7.01% จากวันก่อนหน้า ขณะที่ราคาช่วงเช้าของวันเดียวกันอยู่ที่ 2,940 วอน เพิ่มขึ้น 5.76% ตัวเลขจึงต่างกันไปตามช่วงเวลาที่อ้างอิง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่จะสรุปได้ว่าการขึ้นของราคาหุ้นในวันที่ 8 กันยายนเป็นผลจากการเปิดเผยสัดส่วนการถือหุ้นครั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นกับความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจึงควรพิจารณาแยกจากกัน
ในรายงานการถือครองหุ้นจำนวนมาก คำว่า ‘หุ้นและสิ่งที่เทียบเท่า’ ไม่ได้หมายถึงหุ้นสามัญเท่านั้น แต่ยังอาจรวมถึงสิทธิหรือสัญญาที่สามารถแปลงเป็นหุ้นได้ด้วย ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์เคยรายงานความเคลื่อนไหวของสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทจดทะเบียนตลาดคอสแด็กในลักษณะเดียวกันตามข้อมูลการเปิดเผยของทางการมาแล้ว
รายงานฉบับนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่เป็นการแจ้งความเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือครองของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม จึงต้องพิจารณาทั้งการลดลงของจำนวนหุ้นที่ถือครองและการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการถือครองไปพร้อมกัน โดยประเด็นสำคัญที่ยืนยันได้จากการเปิดเผยข้อมูลคือ การรวมหุ้นและการซื้อหุ้นเพิ่มในตลาดของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่างมีผลสะท้อนอยู่ในตัวเลขดังกล่าว
ความคิดเห็น 0