คิม มยองฮวาน(Kim Myung-hwan) ประธานบริษัทด็อกชินอีพีซี(Deoksin EPC, 090410) ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจควบคุมกิจการโดยพฤตินัย มีหุ้นสามัญลดลง 8,523,288 หุ้นจากการทำ 'ควบรวมหุ้น' ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นตามรายงานฉบับล่าสุดลดลงจาก 26.60% เหลือ 23.12% หรือลดลง 3.48 จุดเปอร์เซ็นต์
ด็อกชินอีพีซีเปิดเผยความเคลื่อนไหวการถือหุ้นของประธานคิมผ่านรายงานสถานะการถือครองหลักทรัพย์เฉพาะของผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ขณะที่ ดิจิทัลทูเดย์(Digital Today) รายงานเนื้อหาการเปิดเผยข้อมูลนี้ด้วยเช่นกัน
ย้อนกลับไปในรายงานฉบับก่อนหน้าซึ่งมีวันฐานข้อมูลเป็นวันที่ 30 สิงหาคม 2019 ประธานคิมถือหุ้นอยู่ 10,654,110 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 26.60% ส่วนรายงานฉบับล่าสุดซึ่งมีวันฐานข้อมูลวันที่ 8 กันยายน 2026 ระบุว่าประธานคิมถือหุ้นอยู่ 2,130,822 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 23.12%
รายละเอียดความเคลื่อนไหวในรายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม หุ้นสามัญลดลง 8,523,288 หุ้น ทำให้ยอดหุ้นที่ถือหลังการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 2,130,822 หุ้น โดยไม่มีการระบุราคาต่อหน่วยของการได้มาหรือจำหน่ายไป
เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงตามที่ระบุในรายงานไม่ใช่การขายในตลาดหรือการให้โดยเสน่หา แต่เป็น 'การควบรวมหุ้น' ซึ่งเป็นกระบวนการรวมหุ้นหลายหุ้นเข้าด้วยกันเพื่อลดจำนวนหุ้นทั้งหมด โดย กรณีก่อนหน้านี้ที่จำนวนหุ้นถือครองลดลงจากการควบรวมหุ้นในลักษณะเดียวกัน ก็จำเป็นต้องแยกพิจารณาระหว่างจำนวนหุ้นกับสัดส่วนการถือหุ้นเช่นกัน
รายงานฉบับนี้ระบุจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมดของบริษัทไว้ที่ 9,216,819 หุ้น พร้อมเชิงอรรถระบุว่าภายหลังวันฐานข้อมูลของรายงานฉบับก่อนหน้า จำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมดของบริษัทเพิ่มขึ้นจากการใช้สิทธิแปลงสภาพ
เชิงอรรถดังกล่าวระบุว่าจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมดเปลี่ยนแปลงจาก 40,060,000 หุ้น เป็น 46,084,095 หุ้น เนื่องจากตัวเลขทั้งก่อนและหลังการควบรวมหุ้นถูกนำเสนอไว้ด้วยกัน ตัวเลขแต่ละชุดจึงต้องพิจารณาแยกตามวันฐานข้อมูลของรายงานและการสะท้อนผลของการควบรวมหุ้นให้ชัดเจน
ประธานคิมดำรงตำแหน่งกรรมการที่จดทะเบียนของด็อกชินอีพีซีและเป็นประธานบริษัท โดยในรายงานฉบับนี้ถูกจัดเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจควบคุมกิจการโดยพฤตินัยของบริษัท เนื้อหาที่ยืนยันได้จากการเปิดเผยครั้งนี้ ได้แก่ จำนวนหุ้นที่ถือ สัดส่วนการถือหุ้น วันที่เกิดการเปลี่ยนแปลง และเหตุผลของการเปลี่ยนแปลง
เพียงแค่ข้อมูลจากการเปิดเผยครั้งนี้ ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการหรือราคาหุ้นที่เกิดจากการควบรวมหุ้นและการใช้สิทธิแปลงสภาพได้อย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0