Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

3 กลุ่มที่ทำเงินได้ในคริปโต แจ็ค อี๋ ชี้การเลือกสำคัญไม่แพ้ความพยายาม

ในวงการคริปโตมีคนอยู่ 3 กลุ่มที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ ผู้ที่ถือบิตคอยน์(BTC) อีเธอเรียม(ETH) และบีเอ็นบี(BNB) ในระยะยาว ผู้ที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขาย และผู้ที่เข้าร่วมทำโปรเจกต์กับงานมาร์เก็ตเมกกิ้ง ตามการวิเคราะห์ของ แจ็ค อี๋(Jack Yi) ผู้ก่อตั้งลิควิด แคปิตอล(Liquid Capital)

เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) แจ็ค อี๋ โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า "มองย้อนกลับไปกว่า 10 ปี นับตั้งแต่เข้าสู่วงการคริปโตช่วงปลายปี 2015 นอกจากความพยายามแล้ว การเลือกก็สำคัญไม่แพ้กัน" คำกล่าวนี้ถูกรายงานโดย PANews

กลุ่มแรกที่แจ็ค อี๋ กล่าวถึงคือผู้ที่ถือบิตคอยน์ อีเธอเรียม และบีเอ็นบีในระยะยาว รวมถึงผู้ที่ขุดเหรียญ ถือเหรียญ และดำเนินการพูลขุดเหรียญด้วย

เขาอธิบายลักษณะของแนวทางนี้ว่าเป็น 'ผลตอบแทนทบต้นตามเวลา' หมายถึงการเลือกถือครองสินทรัพย์ไว้แทนที่จะไล่ตามความผันผวนของราคาระยะสั้น โดยผลลัพธ์จะสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ผ่านไป

ทั้งนี้ แจ็ค อี๋ ไม่ได้ระบุตัวเลขผลตอบแทน ระยะเวลาถือครอง หรือผลการดำเนินงานของสินทรัพย์แต่ละตัวไว้อย่างชัดเจน คำกล่าวครั้งนี้เป็นการประเมินประสบการณ์ส่วนตัวในวงการของเขา ไม่ใช่การคาดการณ์ราคาของสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งในอนาคต

กลุ่มที่สองคือผู้ประกอบธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขาย โดยแจ็ค อี๋ ยกตัวอย่างการเทรดเชิงปริมาณและการเก็งกำไรส่วนต่างราคา ตลาดซื้อขายคริปโต และสเตเบิลคอยน์

กล่าวคือ เขามองว่าผู้ที่ให้บริการโครงสร้างและระบบรองรับการซื้อขาย มีช่องทางสร้างรายได้อีกรูปแบบหนึ่ง ต่างจากผู้ที่เข้าซื้อขายซ้ำ ๆ ด้วยตัวเอง โดยคำว่า 'โครงสร้างพื้นฐานด้านการซื้อขาย' ในที่นี้หมายถึงธุรกิจหรือบริการที่รองรับการซื้อขายและสภาพคล่องในตลาด

กลุ่มที่สามคือผู้ที่เข้าร่วมทำโปรเจกต์และงานมาร์เก็ตเมกกิ้ง ซึ่งแจ็ค อี๋ จัดกลุ่มนี้ว่าเป็น 'ผู้ออกและควบคุมสินทรัพย์'

คาดว่าหมายถึงผู้ที่สร้างโปรเจกต์เอง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการออกและกระจายสินทรัพย์ ทั้งนี้เขาไม่ได้เอ่ยชื่อโปรเจกต์หรือกรณีตัวอย่างที่ชัดเจน

ในทางกลับกัน แจ็ค อี๋ ประเมินว่ากลุ่มที่เลือกเน้นการลงทุนและเทรดฟิวเจอร์สหรืออนุพันธ์ ส่วนใหญ่พบความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ เขาเปรียบกลุ่มนี้เป็น 'นักล่า' ที่ต้องออกล่าทุกวันจึงจะมีกิน พร้อมระบุว่าเป็นโครงสร้างแบบ "ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนทบต้นต่ำ"

คำกล่าวนี้ไม่ได้ปฏิเสธการลงทุนหรือการเทรดโดยสิ้นเชิง แต่แจ็ค อี๋ มองว่าการถือครองระยะยาว ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และการดำเนินโปรเจกต์ เป็นโครงสร้างที่สะสมผลตอบแทนได้มากกว่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ขณะที่การเทรดซ้ำ ๆ ให้ผลตอบแทนทบต้นต่ำเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ต้องแบกรับ

แจ็ค อี๋ ย้ำอีกครั้งว่า "นอกจากความพยายามแล้ว การเลือกก็สำคัญ" ทั้งนี้คำกล่าวครั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยแผนธุรกิจใหม่ แผนการลงทุน หรือเป้าหมายราคาของสินทรัพย์ใดเป็นการเฉพาะ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1