อีเธอร์สแกน (Etherscan) เปิดตัวเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชื่อ ‘etherscan-flow’ สำหรับติดตามเส้นทางเงินบนเชนและจัดระเบียบผลการตรวจสอบให้เป็นระบบ เพียงป้อนแฮชธุรกรรมหรือที่อยู่กระเป๋าเงิน เครื่องมือจะสรุปการเคลื่อนไหวของเงินออกมาเป็นโหนดและเส้นเชื่อม (Node-Edge) แล้วส่งออกเป็นไฟล์ JSON รูปแบบ ‘Etherscan Flow Case’
เอกสารทางการของอีเธอร์สแกนระบุว่า etherscan-flow ใช้ Etherscan API V2 ในการติดตามกระแสเงินบนเชน โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกรรมเดี่ยว แต่ยังวิเคราะห์รายรับ-รายจ่ายของกระเป๋าเงิน สัญญา องค์กรอิสระแบบกระจายศูนย์ (DAO) และโปรโตคอลต่างๆ ในระดับหน่วยธุรกิจหรือองค์กรด้วย
ฟังก์ชันของเครื่องมือแบ่งออกเป็นสองโหมด ได้แก่ ‘strict trace’ ที่เน้นตรวจสอบการเคลื่อนไหวของเงินโดยยึดแฮชธุรกรรมหรือที่อยู่เป็นศูนย์กลาง และ ‘business/entity profile’ ที่เน้นสรุปรายรับ-รายจ่ายและกระแสการเงินของ DAO โปรโตคอล หรือกระเป๋าเงิน
ในกรณีเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย เครื่องมือถูกออกแบบให้สรุปกลไกการโจมตี ระดับความน่าเชื่อถือของการติดตาม ขนาดความเสียหาย และสถานการณ์ทางเลือกอื่นๆ ไว้ด้วยกัน ผลการวิเคราะห์จะถูกรวมเป็นความสัมพันธ์เชิงภาพและข้อมูลที่มีโครงสร้าง ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการทบทวนเหตุการณ์และการสืบสวนต่อได้
อย่างไรก็ตาม อีเธอร์สแกนระบุชัดเจนว่า ที่อยู่ จำนวนเงิน และแฮชธุรกรรมทั้งหมดต้องอ้างอิงจากข้อมูลตอบกลับของ API แบบเรียลไทม์ที่ดึงมาในการทำงานครั้งนั้นเท่านั้น เครื่องมือไม่รองรับการวิเคราะห์ตามใจชอบโดยใช้ข้อมูลตัวอย่างแบบออฟไลน์
Etherscan API V2 รวมข้อมูลจากหลายเครือข่าย EVM ไว้ในระบบบัญชีและคีย์เดียว หน้าเว็บแนะนำอย่างเป็นทางการระบุว่ารองรับเครือข่าย EVM มากกว่า 60 เชน ขณะที่ตัวอย่างการตอบกลับในเอกสารรายชื่อเชนแสดงตัวเลข ‘totalcount: 67’
ตัวเลข ‘มากกว่า 60 เชน’ เป็นการบอกขอบเขตการรองรับแบบคร่าวๆ ส่วน ‘67 เชน’ เป็นตัวเลขจากคำตอบเฉพาะจุดในเอกสารรายชื่อเชน ทั้งสองตัวเลขมีเกณฑ์และช่วงเวลาต่างกัน จึงไม่ควรตีความว่าเป็นความหมายเดียวกันในประโยคเดียว
ฟีเจอร์ใหม่นี้อยู่ในทิศทางที่อีเธอร์สแกนขยายขอบเขตจากหน้าจอตรวจสอบธุรกรรมทั่วไป ไปสู่การวิเคราะห์ที่อยู่และกระแสเงินมาอย่างต่อเนื่อง ย้อนไปในปี 2025 อีเธอร์สแกนเคยเพิ่มฟีเจอร์ ‘Token Flow Visualizer’ ในหน้าโทเคน ERC-20 เพื่อแสดงการเคลื่อนไหวของโทเคนระหว่างผู้ถือรายใหญ่ในรูปแบบโหนดเชื่อมโยงกัน
etherscan-flow คือเครื่องมือที่ต่อยอดฟีเจอร์การแสดงผลเชิงภาพดังกล่าว ให้กลายเป็นขั้นตอนการสืบสวนที่ AI เอเจนต์สามารถอ่านและจัดระเบียบได้เอง จุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่การให้คนไล่ดูข้อมูลธุรกรรมเอง แต่อยู่ที่การแปลงผลการสืบสวนให้เป็นโครงสร้าง JSON ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้
กลุ่มผู้ใช้หลักของเครื่องมือนี้ไม่ใช่นักลงทุนทั่วไป แต่เป็นนักวิจัยด้านความปลอดภัย นักพัฒนา ทีมกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และผู้ตรวจสอบภายในองค์กรมากกว่า โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยจัดระเบียบกระแสธุรกรรมออกมาเป็นที่อยู่และความสัมพันธ์เชื่อมโยง สนับสนุนงานทบทวนเหตุการณ์และติดตามเส้นทางเงิน
คริปโตแรงก์ (CryptoRank) นำเสนอเครื่องมือ AI ของอีเธอร์สแกนในฐานะฟีเจอร์สำหรับนักพัฒนาที่ใช้อ่านข้อมูลออนเชนได้จากเครือข่าย EVM มากกว่า 60 เชน ทั้งในประกาศอย่างเป็นทางการของอีเธอร์สแกนและการตอบกลับสาธารณะ พบว่ากระแสความสนใจเน้นไปที่การใช้งานด้านนิติวิทยาศาสตร์ออนเชนและงานวิจัย มากกว่าเรื่องคาดการณ์ราคา
ทว่ายังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่ชี้ชัดถึงขนาดการนำไปใช้จริงของทีมความปลอดภัยและทีมกำกับดูแล หรือผลลัพธ์ด้านการประหยัดเวลาเมื่อเทียบกับการทำงานด้วยมือแบบเดิม การมีปฏิกิริยาตอบรับในที่สาธารณะเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอที่จะบอกระดับการใช้งานเชิงพาณิชย์หรือประสิทธิภาพงานที่ดีขึ้นได้ชัดเจน
เหตุการณ์ถูกเจาะช่องโหว่ของ เรดโซนิค วอลต์ (RedSonic Vault) เมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) ถูกยกมาเป็นตัวอย่างการใช้งานเครื่องมือติดตามออนเชน โดย เอดจ์เอ็กซ์ (edgeX) อธิบายว่าผู้โจมตีใช้เทคนิคเฟลชโลน (Flash Loan) ขโมยอีเธอเรียม(ETH) ไปประมาณ 9.25 ETH
เหตุการณ์ที่มีการระดมทุน แลกเปลี่ยน และคืนเงินต่อเนื่องกันภายในธุรกรรมเดียว ถือเป็นตัวอย่างการใช้งานที่เหมาะกับฟีเจอร์จัดโครงสร้างกระแสธุรกรรมแบบนี้ อย่างไรก็ตาม กรณีวิเคราะห์เพียงเหตุการณ์เดียวยังไม่สามารถสรุปเป็นภาพรวมได้ว่าการติดตามการเจาะช่องโหว่ทุกครั้งจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน
etherscan-flow ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ป้องกันเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยหรือสกัดกั้นการโจมตีแบบเรียลไทม์ ความรับผิดชอบในการแก้ไขช่องโหว่ของสัญญาและปกป้องสินทรัพย์ยังคงอยู่ที่โปรโตคอลและผู้ดำเนินงานเช่นเดิม การเปิดตัวครั้งนี้จึงมีความหมายในฐานะความพยายามใช้ AI เอเจนต์แปลงข้อมูลบล็อกเชนให้กลายเป็นผลการสืบสวนที่มีหลักฐานรองรับ
ความคิดเห็น 0