เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะ 1 ปีที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันคาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงมาอยู่ที่ 3.58% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะกลางก็ปรับลดลงเช่นกัน แต่ความกังวลเรื่องอัตราการว่างงานที่สูงขึ้นและสภาพการหางานที่ยากขึ้นกลับเพิ่มมากขึ้น
เฟดนิวยอร์ก(Federal Reserve Bank of New York) เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ผ่านผลการสำรวจความคาดหวังผู้บริโภคประจำเดือนสิงหาคมว่า เงินเฟ้อคาดการณ์ในอีก 1 ปีข้างหน้าอยู่ที่ 3.58% ลดลงจาก 3.63% ในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ ในการแถลงอย่างเป็นทางการ เฟดนิวยอร์กปัดเศษตัวเลขดังกล่าวเป็นทศนิยมหนึ่งตำแหน่งและระบุว่าอยู่ที่ 3.6% การสำรวจนี้จัดทำขึ้นทุกเดือนโดยสอบถามตัวแทนครัวเรือนราว 1,300 ครัวเรือน
เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะ 3 ปีอยู่ที่ 3.2% ลดลง 0.1 จุดจาก 3.3% ในเดือนกรกฎาคม ส่วนเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะ 5 ปีทรงตัวที่ 3.0% ไม่เปลี่ยนแปลง สะท้อนว่ามุมมองระยะสั้นและระยะยาวแทบไม่ขยับ มีเพียงมุมมองระยะกลางเท่านั้นที่ปรับลดลงเล็กน้อย
ตรงข้ามกับเรื่องเงินเฟ้อ มุมมองต่อตลาดแรงงานกลับอ่อนแอลง โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความน่าจะเป็นเฉลี่ยว่าอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ จะสูงขึ้นในอีก 1 ปีข้างหน้าอยู่ที่ 44.4% เพิ่มขึ้น 1.6 จุด ขณะที่ความน่าจะเป็นที่จะหางานใหม่ได้หากตกงานในตอนนี้ลดลง 0.8 จุด มาอยู่ที่ 45.4%
ความน่าจะเป็นที่จะตกงานภายใน 12 เดือนข้างหน้าลดลง 0.4 จุด มาอยู่ที่ 13.8% ส่วนความน่าจะเป็นที่จะลาออกจากงานด้วยความสมัครใจเพิ่มขึ้น 0.9 จุด มาอยู่ที่ 19.5% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แม้เงินเฟ้อคาดการณ์จะคลี่คลายลงเล็กน้อย แต่มุมมองต่อตลาดแรงงานกลับสวนทางกัน
ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนทั้งมุมมองด้านราคาสินค้าและตลาดแรงงานที่ครัวเรือนอเมริกันรู้สึกได้ในเวลาเดียวกัน การที่เงินเฟ้อคาดการณ์ 1 ปีลดลงอาจตีความได้ว่าแรงกดดันด้านราคาระยะสั้นเริ่มผ่อนคลายลงบ้าง แต่ความกังวลเรื่องอัตราการว่างงานที่สูงขึ้นและโอกาสหางานใหม่ที่ลดลง ก็ชี้ให้เห็นว่าความไม่มั่นใจต่อตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
ความคิดเห็น 0