บริษัทเมตะแพลนเน็ต(Metaplanet) ผู้ประกอบกิจการโรงแรมจากญี่ปุ่น แสดงความเชื่อมั่นต่อ *บิตคอยน์(BTC)* อีกครั้ง หลังจากประกาศซื้อบิตคอยน์เพิ่มจำนวน 160 เหรียญ ทำให้ปริมาณทรัพย์สินดิจิทัลในครอบครองรวมแล้วอยู่ที่ 4,206 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 530,700 ล้านเยน หรือราว 363.5 ล้านดอลลาร์ โดยราคาซื้อในครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 83,600 ดอลลาร์ต่อ BTC หรือคิดเป็นเงินเยนราว 1.1 พันล้านต่อเหรียญ
ดีลล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุนในคริปโตของเมตะแพลนเน็ต โดยเมื่อวันที่ 31 บริษัทได้ออกพันธบัตรไม่มีดอกเบี้ยมูลค่าประมาณ 13.3 พันล้านเยน (ประมาณ 2 พันล้านเยน) และใช้เงินทั้งหมดในดีลนี้เพื่อซื้อบิตคอยน์ นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดเผยว่าได้ซื้อ BTC เพิ่มอีก 696 เหรียญ ด้วยเงินทุนที่ได้จากการขาย *พุตออปชันแบบมีเงินสดค้ำประกัน* กลยุทธ์เหล่านี้สะท้อนถึงการใช้ *เครื่องมือการเงินดั้งเดิม* เช่น พันธบัตร ออปชัน และหลักทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับหุ้น เพื่อขยายสถานะของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในเอเชีย
แผนการดังกล่าวเห็นผลชัดเจนในผลประกอบการ โดยเมตะแพลนเน็ตมีกำไรจากบิตคอยน์พุ่งถึง 95.6% ในไตรมาสแรกของปี 2025 และยังคงทำผลงานได้ดีในไตรมาสที่สอง ด้วยผลตอบแทนที่ 3.9% ปัจจุบัน เมตะแพลนเน็ตขึ้นแท่นเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองบิตคอยน์สูงสุดเป็นอันดับที่ 9 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชีย โดยตั้งเป้าถือครองให้ถึง 10,000 BTC ภายในสิ้นปี และแตะ 21,000 BTC ภายในปี 2026
แม้ราคาหุ้นของเมตะแพลนเน็ตในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเมื่อเช้าวันพุธจะลดลง 0.98% ขณะที่ดัชนี *นิกเกอิ 225* ทรงตัว แต่ตลาดยังคงจับตามองกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท ด้วยความคาดหวังเชิงบวกในอนาคต
ในวันเดียวกัน ฝั่งสหรัฐฯ ก็มีปัจจัยที่น่าจับตาเมื่อ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ประกาศนโยบายภาษีกลับคืนแบบต่างตอบแทน (reciprocal tariff measures) ซึ่งถูกตีความว่าอาจเพิ่ม *ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ* โดยวันดังกล่าวยังถูกขนานนามว่าเป็น ‘วันแห่งเสรีภาพ’ ด้วยเช่นกัน ความเคลื่อนไหวเหล่านี้แม้จะสร้างความผันผวน แต่ก็จุดประกายให้บางฝ่ายมองว่า การสะสมสำรองบิตคอยน์ของรัฐบาลสหรัฐซึ่งยังอยู่ในระดับเงียบ อาจนำไปสู่ *ภาพรวมเชิงบวกต่อตลาด* ในอนาคต
ปัจจุบัน ราคาบิตคอยน์ยังคงขยับขึ้น โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้น 0.71% แตะระดับ 84,684 ดอลลาร์ หรือประมาณ 12.36 ล้านบาท ความสัมพันธ์ระหว่างแผนการของเมตะแพลนเน็ต กับท่าทีของรัฐบาลสหรัฐด้านนโยบายคริปโต จะยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0