สินเชื่อผู้บริโภคของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 18,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกรกฎาคม 2026 ขณะที่ยอดคงค้างสินเชื่อหมุนเวียนทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.3572 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ธนาคารกลางสหรัฐ(Federal Reserve) เปิดเผยในรายงาน G.19 เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ว่า สินเชื่อผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมขยายตัว 4.2% เมื่อคิดเป็นอัตรารายปีแบบปรับฤดูกาล โดยสินเชื่อหมุนเวียนเติบโต 2.5% ส่วนสินเชื่อไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.8% ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่อาจถูกปรับปรุงภายหลัง
ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ยอดคงค้างสินเชื่อผู้บริโภครวมอยู่ที่ 5.1862 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นยอดสินเชื่อไม่หมุนเวียน 3.829 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อคิดเป็นมูลค่าจริงที่เพิ่มขึ้นในเดือนดังกล่าว สินเชื่อไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 15,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสินเชื่อหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กล่าวได้ว่าการเติบโตส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสินเชื่อไม่หมุนเวียน ซึ่งรวมถึงสินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อเพื่อการศึกษา
สำหรับเดือนมิถุนายน ตัวเลขสินเชื่อผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นถูกปรับทบทวนเป็น 14,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นหมายความว่ายอดเพิ่มของเดือนกรกฎาคมสูงกว่าเดือนก่อนหน้าราว 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม รายงาน G.19 เพียงฉบับเดียวไม่สามารถระบุรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของสินเชื่อแต่ละประเภทได้ทั้งหมด
สินเชื่อหมุนเวียน หมายถึงสินเชื่อที่ผู้กู้สามารถเบิกใช้และชำระคืนซ้ำได้ภายในวงเงินที่กำหนดไว้ ส่วนใหญ่เป็นหนี้บัตรเครดิต แต่ก็รวมถึงวงเงินเบิกเกินบัญชีที่ตกลงไว้ล่วงหน้าและสินเชื่อหมุนเวียนประเภทอื่นด้วย จึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวกับหนี้บัตรเครดิตเสียทีเดียว
ขณะที่สินเชื่อไม่หมุนเวียนครอบคลุมสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อการศึกษา รวมถึงสินเชื่อสำหรับเรือ รถเพื่อการพักผ่อน และสินเชื่อส่วนบุคคลอื่นๆ ทั้งนี้ Fed ไม่ได้แยกตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคมออกเป็นสินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อการศึกษาอย่างชัดเจน
รายงาน G.19 ของ Fed ไม่มีการเปรียบเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ของตลาด จึงไม่สามารถยืนยันได้จากข้อมูลชุดนี้เพียงอย่างเดียวว่า ยอดสินเชื่อผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคมสูงหรือต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ด้านอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของบัญชีบัตรเครดิตที่มีการคิดดอกเบี้ยอยู่ที่ 22.15% ณ เดือนมิถุนายน 2026 ส่วนตัวเลขของเดือนกรกฎาคมยังไม่ถูกเปิดเผย จึงยังนำมาเทียบกับยอดสินเชื่อผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้โดยตรงไม่ได้
ตัวเลขชุดนี้สะท้อนว่าครัวเรือนอเมริกันก่อหนี้เพิ่มขึ้น แต่ยังตีความได้สองทาง ฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นสัญญาณของอุปสงค์การบริโภคที่แข็งแกร่ง ขณะที่อีกฝ่ายกังวลว่าครัวเรือนอาจต้องพึ่งพาสินเชื่อมากขึ้นเพื่อรับมือกับค่าครองชีพและต้นทุนการกู้ยืมที่สูง จึงยังสรุปทิศทางการบริโภคหรือความมั่นคงทางการเงินของครัวเรือนไปทางใดทางหนึ่งไม่ได้
ธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก(New York Fed) ระบุว่า ณ ไตรมาส 2 ปี 2026 หนี้ครัวเรือนสหรัฐฯ อยู่ที่ 18.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยอดคงค้างบัตรเครดิตอยู่ที่ราว 1.26 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานเกี่ยวกับสัดส่วนยอดคงค้างและยอดค้างชำระบัตรเครดิตของสหรัฐฯ ไว้แล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ ข้อมูลหนี้ครัวเรือนของ New York Fed กับรายงาน G.19 ของ Fed ใช้ขอบเขตการเก็บข้อมูลและวิธีคำนวณที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำยอดสินเชื่อบัตรเครดิตหรือสินเชื่อผู้บริโภคจากทั้งสองแหล่งมาเทียบกันโดยตรงราวกับเป็นมาตรฐานเดียวกัน
สินเชื่อผู้บริโภคสหรัฐฯ เป็นดัชนีที่รวบรวมสินเชื่อสำหรับครัวเรือนและบุคคล โดยไม่นับรวมสินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน การแยกพิจารณาระหว่างสินเชื่อหมุนเวียนกับสินเชื่อไม่หมุนเวียนช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างสินเชื่อแบบวงเงินหมุนเวียนกับสินเชื่อแบบผ่อนชำระตามกำหนดได้ชัดเจนขึ้น
การที่ครัวเรือนก่อหนี้เพิ่มขึ้นอาจช่วยพยุงกำลังซื้อในระยะสั้น แต่ก็อาจเพิ่มภาระการผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในระยะถัดไปเช่นกัน ทั้งนี้ข้อมูลชุดนี้ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องรายได้ อัตราการค้างชำระ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ จึงยังประเมินระดับภาระทางการเงินของครัวเรือนโดยรวมไม่ได้
Fed ระบุว่าตัวเลขสินเชื่อผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมอาจถูกปรับปรุงอีกในอนาคต ตัวเลขฉบับปรับปรุง อัตราการค้างชำระ และทิศทางสินเชื่อแต่ละประเภทที่จะออกมาต่อจากนี้ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้นของครัวเรือนอเมริกันเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวหรือไม่
ความคิดเห็น 0