กองทุน ETF ‘Global X Korea Semiconductor Top10’ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange) ปิดการซื้อขายวันแรกที่ 1,030 เยน เพิ่มขึ้น 3.1% จากราคาฐาน โดยมูลค่าการซื้อขายวันแรกอยู่ที่ราว 2,300 ล้านวอน
ตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น (Japan Exchange Group, JPX) ระบุว่าราคาฐานของกองทุนนี้อยู่ที่ 999 เยน ใช้รหัสหลักทรัพย์ 633A โดยเริ่มซื้อขายตั้งแต่วันที่ 9 (เวลาท้องถิ่น)
สินค้านี้ลงทุนตามดัชนี ‘FnGuide Semiconductor TOP10’ ฉบับแปลงเป็นเงินเยน ซึ่งประกอบด้วยบริษัทเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีใต้ 10 แห่ง โดยถือหุ้นซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์(Samsung Electronics) และเอสเคไฮนิกซ์(SK Hynix) บริษัทละ 25% รวมกันคิดเป็นครึ่งหนึ่งของพอร์ตทั้งหมด
อีก 50% ที่เหลือกระจายอยู่ในบริษัทเกาหลีใต้อีก 8 แห่งที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และวัสดุ-ชิ้นส่วน ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นสามารถซื้อขายด้วยเงินเยนเพื่อลงทุนในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของเกาหลีใต้พร้อมบริษัทในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องได้ในคราวเดียว
โกลบอลเอ็กซ์เจแปน(Global X Japan) ระบุว่ากองทุนนี้ออกแบบมาให้ลงทุนกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีใต้โดยเฉพาะ ค่าธรรมเนียมทรัสต์อยู่ที่ราว 0.4775% ต่อปี และหน่วยการซื้อขายอยู่ที่ 1 หน่วย
ในวันเดียวกัน กองทุน ‘TIGER Semiconductor TOP10’ ซึ่งเป็นสินค้าลักษณะใกล้เคียงกันที่จดทะเบียนในเกาหลีใต้ มีมูลค่าการซื้อขายราว 358,600 ล้านวอน สูงกว่ากองทุนที่จดทะเบียนในญี่ปุ่น ขณะที่อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าฝั่งญี่ปุ่นอยู่ที่ 3.1% สูงกว่าฝั่งเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้น 2.4%
ระหว่างวัน ส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนระหว่างสองกองทุนเคยห่างกันมากกว่า 1% ในบางช่วง แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมรายหนึ่งอธิบายว่า “ส่วนต่างของผลตอบแทนน่าจะมาจากความแตกต่างของผู้ดูแลสภาพคล่อง(Liquidity Provider) ระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ซึ่งทำให้เกิดส่วนต่างราคา(Spread) ที่ต่างกัน รวมถึงผลจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา” คำอธิบายนี้ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างตลาดที่ต่างกันของสองประเทศส่งผลต่อราคาซื้อขายจริงของกองทุนที่ควรเคลื่อนไหวตามดัชนีเดียวกัน
ETF คือกองทุนรวมดัชนีที่ออกแบบมาให้เคลื่อนไหวตามดัชนีอ้างอิงที่กำหนดไว้ สินค้านี้เน้นลงทุนในบริษัทเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีใต้เป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมการซื้อขายในตลาดญี่ปุ่นและอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนไปพร้อมกัน
โกลบอลเอ็กซ์เจแปนเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างโกลบอลเอ็กซ์(Global X) บริษัทจัดการกองทุน ETF สัญชาติสหรัฐฯ ที่มิราเอแอสเซ็ทแอสเซ็ทแมเนจเมนท์(Mirae Asset Global Investments) เข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2018 กับกลุ่มไดวะซิเคียวริตีส์กรุ๊ป(Daiwa Securities Group) ของญี่ปุ่น โดยฝั่งโกลบอลเอ็กซ์ถือหุ้น 50% ขณะที่ไดวะแอสเซ็ทแมเนจเมนท์(Daiwa Asset Management) และไดวะซิเคียวริตีส์กรุ๊ป ถือหุ้น 40% และ 10% ตามลำดับ
ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวการจดทะเบียนกองทุนนี้ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ซึ่งถือหุ้นซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเคไฮนิกซ์บริษัทละ 25% ล่าสุดจึงมีการยืนยันราคาซื้อขายจริงและมูลค่าการซื้อขายในวันแรกแล้ว
ความคิดเห็น 0