พายคอยน์(PI) ปรับตัวขึ้น 4.81% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่พาย เน็ตเวิร์ก(Pi Network) เพิ่มฟีเจอร์ใหม่สำหรับนักพัฒนาเข้าสู่ระบบ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการอัปเดตด้านเทคนิคครั้งนี้จะนำไปสู่การใช้งานแอปพลิเคชันจริงและความต้องการโทเคนที่เพิ่มขึ้นหรือไม่
AMBCrypto รายงานว่าพายคอยน์ปรับตัวขึ้น 2.5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่บิตคอยน์(BTC) ในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้น 1.06% และในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 2.13% ซึ่งต่ำกว่าอัตราการปรับตัวขึ้นของ PI
พาย เน็ตเวิร์กระบุผ่านบล็อกทางการเมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) ว่าได้เพิ่มฟีเจอร์จัดเก็บข้อมูลในเครื่อง (local storage) ให้กับแอปที่ได้รับอนุญาตบางส่วนในเบราว์เซอร์ Pi Browser โดยข้อมูลอย่างการตั้งค่าแอปและสถานะเซสชันสามารถจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้ได้ ช่วยลดภาระด้านข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่เคยต้องจัดเก็บและส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์แยกต่างหาก
ฟีเจอร์จัดเก็บข้อมูลในเครื่องนี้ ในช่วงแรกเปิดให้เฉพาะแอปที่ได้รับอนุญาตใช้งานเท่านั้น และมีข้อจำกัดคือ หากพื้นที่จัดเก็บของอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ข้อมูลเก่าอาจถูกลบทิ้งได้
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่ม API ข้อมูลการสเตกตามแอปแต่ละตัว ทำให้นักพัฒนาสามารถตรวจสอบ ‘ขนาดการสเตกที่มีผล’ ของผู้ใช้ที่ถูกจัดสรรให้กับแอปหนึ่งๆ ผ่านหมวดสเตกในไดเรกทอรีระบบนิเวศ (ecosystem directory staking) ได้
ขนาดการสเตกที่มีผลคือตัวเลขที่คำนวณจากจำนวนพายคอยน์ที่ฝากไว้ ร่วมกับค่าถ่วงน้ำหนักตามระยะเวลาการสเตก โดย API นี้ในช่วงแรกก็เปิดให้เฉพาะแอปที่ได้รับอนุญาตเช่นกัน
ฟีเจอร์แชร์ไฟล์และวิดีโอก็ถูกเพิ่มเข้ามาด้วย นักพัฒนาสามารถใช้คำสั่ง Pi.shareFile เพื่อส่งใบเสร็จ รูปภาพ หรือวิดีโอภายในแอป ผ่านฟังก์ชันแชร์พื้นฐานของโทรศัพท์มือถือได้
ศูนย์รวมเอกสารสำหรับนักพัฒนาที่เพิ่มขึ้นใหม่ ได้รวบรวมขั้นตอนตั้งแต่การลงทะเบียนแอป การพัฒนาในสภาพแวดล้อมทดสอบ (sandbox) การยืนยันตัวตนและการชำระเงิน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมและขั้นตอนเปิดตัวบน mainnet โดยมีเป้าหมายเพื่อรวมข้อมูลแต่ละฟีเจอร์ไว้ในที่เดียว ลดความซับซ้อนในการเข้าสู่ระบบนิเวศของพาย เน็ตเวิร์กสำหรับนักพัฒนา
การอัปเดตครั้งนี้มีความหมายในแง่ที่เปิดสภาพแวดล้อมการพัฒนาซึ่งอาจขยายการใช้งานพายคอยน์ได้กว้างขึ้น หากข้อมูลการสเตกตามแอปถูกนำไปใช้จริงในฟีเจอร์ของแอปต่างๆ ก็อาจกลายเป็นข้อมูลที่สะท้อนความชื่นชอบและระดับการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ต่อแอปนั้นๆ ได้
อย่างไรก็ตาม การที่มีฟีเจอร์สำหรับนักพัฒนาเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว ยังไม่อาจสรุปได้ว่าจำนวนผู้ใช้หรือความต้องการโทเคนจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ต้องรอดูการเปิดตัวแอปจริงและการเปลี่ยนแปลงของปริมาณการใช้งานก่อน จึงจะประเมินผลของการอัปเดตด้านเทคนิคนี้ได้ชัดเจนขึ้น
ในด้านความเคลื่อนไหวของราคา พบทั้งสัญญาณการดีดตัวระยะสั้นและโครงสร้างขาลงในระยะกลางถึงยาวไปพร้อมกัน AMBCrypto วิเคราะห์ว่าพายคอยน์หลุดออกจากกรอบราคาที่แกว่งตัวอยู่ในช่วง 0.085–0.093 ดอลลาร์ (ประมาณ 114–125 วอน) มานานหนึ่งเดือน และผ่านแนวต้านที่ 0.0955 ดอลลาร์ (ประมาณ 128 วอน) ไปแล้ว
บทวิเคราะห์ระบุว่าแรงส่งขาขึ้นยังดำเนินต่อไปในระยะสั้น แต่โซน 0.11 ดอลลาร์ (ประมาณ 147 วอน) และ 0.12–0.13 ดอลลาร์ (ประมาณ 161–174 วอน) อาจเป็นแนวต้านที่จำกัดการปรับขึ้นเพิ่มเติม ทั้งนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์ทางเทคนิคต่อทิศทางราคา ไม่ได้หมายความว่าการเพิ่มฟีเจอร์สำหรับนักพัฒนาจะการันตีว่าราคาจะปรับขึ้น
ในภาพรวมระยะยาว พายคอยน์ยังถูกประเมินว่าอยู่ในโครงสร้างขาลง โดยแนวรับ-แนวต้านสำคัญตามกรอบรายวันที่ถูกระบุ ได้แก่ 0.1395 ดอลลาร์ (ประมาณ 187 วอน) และ 0.07 ดอลลาร์ (ประมาณ 94 วอน)
AMBCrypto วิเคราะห์ว่าพายคอยน์ต้องขึ้นไปเหนือระดับ 0.1395 ดอลลาร์ให้ได้ จึงจะถือว่าแนวโน้มขาลงระยะยาวเปลี่ยนทิศทาง ก่อนหน้านั้นควรแยกพิจารณาระหว่างการดีดตัวของราคาระยะสั้นกับการเปลี่ยนแนวโน้มระยะยาวให้ชัดเจน
พาย เน็ตเวิร์กยังแนะนำศูนย์รวมเอกสารที่สรุปขั้นตอนการพัฒนาและเปิดตัวแอปไว้ในประกาศบล็อกทางการฉบับเดียวกันนี้ด้วย พร้อมกับฟีเจอร์สำหรับนักพัฒนาที่กล่าวถึงข้างต้น
ท้ายที่สุดแล้ว การอัปเดตครั้งนี้จะนำไปสู่ความต้องการพายคอยน์เพิ่มขึ้นหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการเปิดตัวแอปที่ได้รับอนุญาตจริง ตัวชี้วัดการใช้งาน และผลลัพธ์การพัฒนาเพิ่มเติมในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0