ดีไฟ(DeFi) ที่อิงจากบิตคอยน์(BTC) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีแนวโน้มการใช้งานรูปแบบ ‘แรปด์บิตคอยน์’ (Wrapped BTC) ในเครือข่ายดีไฟที่ใช้บล็อกเชนอีเธอเรียม(ETH) พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการนำ BTC ไปใช้งานในระบบการเงินไร้ศูนย์กลาง
จากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Glassnode เมื่อวันที่ 24 จำนวนบิตคอยน์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นโทเคน tBTC เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพียงสัปดาห์เดียวมีการฝากเพิ่มอีก 2,726 BTC รวมเป็น 4,380 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 4.52 พันล้านวอน หรือประมาณ 3.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (*ความคิดเห็น*: สะท้อนถึงการเติบโตด้านการใช้งานมากกว่าการถือเพียงอย่างเดียว)
แต่เดิมบิตคอยน์ได้รับการยอมรับว่าเป็นสินทรัพย์เพื่อการเก็บรักษามูลค่า อย่างไรก็ตาม ด้วยสถาปัตยกรรมของเครือข่าย BTC ที่ไม่สามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ตคอนแทรกต์ของอีเธอเรียมได้ จึงต้องอิงผ่านการใช้โทเคนเช่น tBTC หรือ wBTC ที่มีการตรึงมูลค่าแบบ 1:1 กับ BTC เพื่อให้สามารถทำธุรกรรมในโลกดีไฟได้
โทเคน tBTC มีความโดดเด่นตรงที่ทำงานภายใต้ Threshold Network ซึ่งเป็นระบบไร้ตัวกลาง ทำให้ผู้ใช้สามารถแปลง BTC ของตนเองเป็นโทเคน ERC-20 ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สาม และสามารถนำโทเคนดังกล่าวไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มดีไฟ ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืม การให้กู้ หรือการเพิ่มสภาพคล่อง (*ความคิดเห็น*: ลดข้อจำกัดและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสินทรัพย์คริปโต)
แนวโน้มการล็อก tBTC ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกว่าผู้ถือครอง BTC กำลังแสวงหาโอกาสสร้างผลตอบแทนแทนการถือไว้เฉย ๆ เท่านั้น แนวปฏิบัตินี้ถือว่ากำลังขยายบทบาทของ BTC จากสินทรัพย์เก็บมูลค่ามาสู่เครื่องมือทางการเงินบนบล็อกเชนมากขึ้น เป็นการเพิ่ม ‘ประโยชน์ใช้งานบนเชน’ ให้บิตคอยน์อย่างแท้จริง
แพลตฟอร์มดีไฟยังมีแรงดึงดูดด้วยการเสนอผลตอบแทนและความยืดหยุ่นที่ไม่สามารถหาได้จากระบบการเงินแบบรวมศูนย์ อันเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ดึงดูดนักลงทุน BTC เข้าสู่วงการดีไฟ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าแนวโน้มนี้จะยั่งยืนหรือไม่ แม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Threshold Network ที่สามารถรองรับความต้องการในระดับที่สูงขึ้น
อนาคตหากบิตคอยน์สามารถยึดตำแหน่งสำคัญในระบบดีไฟได้ จะเป็นการยกระดับทั้งด้าน ‘การใช้งานเชิงการเงิน’ และขยายฐานตลาดของ BTC อย่างชัดเจน การเปลี่ยนผ่านจากสินทรัพย์เฉย ๆ สู่เครื่องมือทางการเงินที่แท้จริง อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของวงการคริปโตในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0