มีความเห็นระบุว่าอนาคตของอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการผ่านร่างกฎหมายคลาริตี้(CLARITY) เพียงอย่างเดียว โดยหากร่างกฎหมายนี้ผ่านจริง จะช่วยเร่งการผลักดันนโยบายของหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอยู่เดิม และเพิ่มความเชื่อมั่นของตลาดต่อความต่อเนื่องของระบบกำกับดูแล
เนต เกราซี(Nate Geraci) ประธานบริษัท ETF สโตร์(ETF Store) โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 14 ว่า "อนาคตของอุตสาหกรรมคริปโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับร่างกฎหมาย CLARITY" พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า หากร่างกฎหมายได้รับคะแนนเสียงเพียงพอในสัปดาห์นี้เพื่อเดินหน้าสู่ขั้นตอนต่อไป จะกลายเป็นแรงส่งเชิงบวกให้กับอุตสาหกรรมนี้
เกราซีอธิบายว่า ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ(SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า(CFTC) ยังสามารถใช้อำนาจที่มีอยู่เดิมเพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมคริปโตต่อไปได้ ส่วนร่างกฎหมาย CLARITY จะมีบทบาทช่วยเร่งกระแสดังกล่าวให้เร็วขึ้น และเสริมความเชื่อมั่นว่านวัตกรรมที่เกี่ยวข้องจะไม่ถูกพลิกกลับได้ง่ายจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคต
ร่างกฎหมาย CLARITY เป็นกฎหมายที่กำหนดขอบเขตอำนาจกำกับดูแลและโครงสร้างการควบคุมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ โดยร่างที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการขยายบทบาทของ CFTC และการกำหนดกฎเกณฑ์การจดทะเบียนและการซื้อขายสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
ร่างกฎหมายนี้จะเข้าสู่การลงมติตามกระบวนการครั้งแรกในวุฒิสภาสหรัฐฯ ในวันที่ 15 สำนักข่าว The Block รายงานเมื่อวันที่ 10 ว่า สมาชิกวุฒิสภาพรรครีพับลิกันได้เปิดเผยร่างแก้ไขที่เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับโปรโตคอลการเงินแบบกระจายศูนย์(DeFi) โดยร่างแก้ไขดังกล่าวกำหนดให้โปรโตคอลการซื้อขาย DeFi ต้องจดทะเบียนกับ CFTC และให้ CFTC ร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จัดทำกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่าร่างกฎหมายจะผ่านหรือไม่ เนื่องจากในวุฒิสภายังมีการถกเถียงต่อเนื่องในประเด็นผลตอบแทนของสเตเบิลคอยน์ การรับมือกับเงินทุนผิดกฎหมาย และความขัดแย้งทางผลประโยชน์จากการที่เจ้าหน้าที่รัฐออกสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้เนื้อหาของร่างกฎหมายฝั่งสภาผู้แทนราษฎรกับฝั่งวุฒิสภายังแตกต่างกัน แม้วุฒิสภาจะผ่านร่างนี้ ก็ยังต้องผ่านกระบวนการประสานเนื้อหาระหว่างสองสภาต่อไป
ทั้งนี้ต้องจับตาดูกำหนดการพิจารณาร่างกฎหมายและการประสานเนื้อหาระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาต่อไป
ความคิดเห็น 0