Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

จีนซื้อทองคำเพิ่ม 20 ตันในเดือนก.ค. ทุนสำรองทองคำทางการแตะ 2,366 ตัน

ธนาคารกลางจีน (People's Bank of China) เพิ่มทุนสำรองทองคำ 20 ตันในเดือนกรกฎาคม 2026 นับเป็นการซื้อทองคำอย่างเป็นทางการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ส่งผลให้ทุนสำรองทองคำทางการของจีน ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2,366 ตัน

สภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่า ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำ 20 ตันในเดือนกรกฎาคม ถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023 และทำให้ทองคำสำรองทางการคิดเป็นสัดส่วน 8% ของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศทั้งหมดของจีน

การซื้อทองคำของจีนสอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นของธนาคารกลางทั่วโลก โดยในเดือนกรกฎาคม ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 23 ตัน

จีนซื้อ 20 ตัน โปแลนด์เพิ่ม 8 ตัน เช็กเกียซื้อ 2 ตัน ขณะที่คาซัคสถาน มาเลเซีย และโบลิเวียซื้อประเทศละ 1 ตัน ส่วนรัสเซียขายทองคำออก 6 ตัน

ความต้องการทองคำของจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การซื้อของธนาคารกลางเท่านั้น ยอดนำเข้าทองคำสุทธิในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 152 ตัน สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 ขณะที่ยอดนำเข้าสะสมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 อยู่ที่ 764 ตัน เพิ่มขึ้น 138% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ยอดนำเข้าทองคำเป็นตัวชี้วัดปริมาณทองคำที่เข้าสู่จีนตามข้อมูลศุลกากร ซึ่งรวมความต้องการของภาคเอกชนและสถาบันการเงินไว้ด้วย จึงอาจไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทุนสำรองทางการของธนาคารกลางจีนเสมอไป

ปริมาณการถือครองทองคำในกองทุน ETF ทองคำของจีนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในเดือนกรกฎาคม ETF ทองคำของจีนมีปริมาณถือครองเพิ่มขึ้น 5 ตัน แตะ 282 ตัน พร้อมเงินไหลเข้าสุทธิ 5 พันล้านหยวน (ราว 1 ล้านล้านวอน) ในช่วงเวลาเดียวกัน

มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวมของ ETF ทองคำจีนอยู่ที่ 2.5 แสนล้านหยวน (ราว 50 ล้านล้านวอน) เพิ่มขึ้น 3% ตัวเลขปริมาณถือครอง ETF สะท้อนความต้องการลงทุนที่ไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ซึ่งมีลักษณะต่างจากการนำเข้าทองคำของธนาคารกลางเพื่อเป็นทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ

ดังนั้นจึงไม่สามารถนำยอดนำเข้าทองคำและปริมาณถือครอง ETF มารวมกับยอดซื้อทองคำอย่างเป็นทางการของธนาคารกลางจีน แล้วตีความว่าเป็นขนาดการซื้อจริงของธนาคารกลางได้ เพราะตัวชี้วัดทั้งสามมีหน่วยงานจัดเก็บข้อมูลและขอบเขตที่แตกต่างกัน

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าความต้องการ ETF ทองคำของจีนส่งผลต่อตลาดทองคำ แต่ตัวเลขล่าสุดนี้ควรพิจารณาแยกจากทุนสำรองทองคำอย่างเป็นทางการของธนาคารกลางจีน

ส่วนข้อกล่าวอ้างที่ว่าจีนซื้อทองคำแบบไม่เปิดเผยเพิ่มอีก 35 ตันเกินกว่าตัวเลขที่ประกาศอย่างเป็นทางการนั้น ยังไม่มีหลักฐานชั้นต้นยืนยัน เนื่องจากไม่มีเอกสารต้นทางจากทางการจีนที่ระบุผู้ซื้อและปริมาณการซื้อแบบไม่เปิดเผยดังกล่าว

ทุนสำรองทองคำทางการ หมายถึงปริมาณทองคำที่ธนาคารกลางบริหารจัดการในฐานะทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ขณะที่ยอดนำเข้าทองคำคือปริมาณทองคำที่ผ่านพรมแดนเข้าประเทศ ส่วนปริมาณถือครอง ETF คือขนาดของทองคำที่บรรจุอยู่ในผลิตภัณฑ์การเงินที่อ้างอิงราคาทองคำ

การแยกความแตกต่างนี้มีความสำคัญต่อการตีความความต้องการทองคำของจีน การที่ธนาคารกลางซื้อทองคำเพิ่มขึ้นกับการที่ความต้องการลงทุนทองคำของภาคเอกชนและสถาบันเพิ่มขึ้น อาจเกิดขึ้นพร้อมกันได้ แต่ไม่ควรนำมารวมเป็นตัวเลขเดียว

จากข้อมูลที่ยืนยันได้ในขณะนี้ พบว่าการซื้อทองคำอย่างเป็นทางการของจีน ยอดนำเข้าทองคำ และปริมาณถือครอง ETF ทองคำ ต่างเพิ่มขึ้นพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการเปิดเผยข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อยืนยันว่าแนวโน้มนี้จะส่งผลต่อราคาทองคำในตลาดโลกหรือการเปลี่ยนแปลงทุนสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของจีนหรือไม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1