Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บริษัททั่วโลกแห่ถือบิตคอยน์(BTC) มากกว่าอัตราขุด 3 เท่า หนุนราคาพุ่งระยะยาว

การถือครอง ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ โดยบริษัทต่าง ๆ กำลังมีปริมาณมากกว่าจำนวนที่ขุดได้ในตลาดบิตคอยน์(BTC) โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัททั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ต่างเร่งสะสมบิตคอยน์จนมากกว่าจำนวนที่ถูกขุดขึ้นมาถึงกว่า 3 เท่า

จากรายงานของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ‘Glassnode’ เมื่อวันที่ 23 ระบุว่าบริษัทต่าง ๆ ได้เพิ่มการถือครองบิตคอยน์จากประมาณ 854,000 BTC มาเป็น 1.11 ล้าน BTC ในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา คิดเป็นจำนวนสุทธิที่เพิ่มขึ้นราว 260,000 BTC หรือประมาณ 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.38 ล้านล้านบาท) โดยเฉลี่ยมีการสะสมเดือนละประมาณ 43,000 BTC

ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น จำนวนบิตคอยน์ที่ถูกขุดเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 450 BTC ต่อวัน รวมทั้งสิ้นราว 82,000 BTC เท่านั้น แสดงให้เห็นว่า *ความต้องการในตลาด* สูงกว่าปริมาณ *อุปทานใหม่* ถึงกว่า 3 เท่า โดย Glassnode วิเคราะห์ว่า แนวโน้มที่บริษัทต่าง ๆ เลือกบันทึกบิตคอยน์ไว้ในงบดุลยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

*ผู้นำด้านความต้องการ* ที่ชัดเจนในกลุ่มบริษัท คือ ‘สแตรทิจี(Stratrgy)’ บริษัทที่บริหารโดยไมเคิล เซย์เลอร์ โดยปัจจุบันถือครองบิตคอยน์ถึง 687,410 BTC หรือคิดเป็นกว่า 60% ของตลาดบริษัททั้งหมด ซึ่งมีมูลค่าราว 6.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท)

ในช่วงวันที่ 5-11 มกราคมที่ผ่านมา สแตรทิจีได้ซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีกถึง 13,627 BTC ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ นับเป็นการซื้อครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่เดือนกรกฎาคม 2023 แม้จะมีการขาดทุนชั่วคราวในรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส บริษัทก็ยังยืนยันว่า จะถือครองระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ BitcoinTreasuries บริษัทที่ถือบิตคอยน์มากเป็นอันดับสอง ได้แก่ มารา โฮลดิงส์(MARA Holdings) ด้วยจำนวน 53,250 BTC มีมูลค่าประมาณ 7.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.8 แสนล้านบาท)

อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเร่ง *อุปสงค์อย่างสูง* ก็คือความนิยมของสปอตบิตคอยน์ ETF โดยแมตต์ เฮาเกน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise แสดงความคิดเห็นว่า “ถ้าความต้องการ ETF ดำเนินต่อไปในระดับนี้ ราคาบิตคอยน์อาจเข้าสู่ช่วง ‘พาราโบลิก (parabolic)’ ได้”

เขาอธิบายว่า นับตั้งแต่ ETF เปิดตัวในสหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อของ ETF ได้แซงหน้าจำนวนที่ถูกขุด และแม้ว่ามีนักลงทุนบางส่วนขายทำกำไรกดราคาลงบ้าง แต่ในระยะยาว แรงขายเหล่านี้ก็จะหมดลงในที่สุด

ในปี 2025 เพียงปีเดียว มีเงินทุนไหลเข้าสู่สปอต ETF ในสหรัฐรวมกว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 8 แสนล้านบาท) โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนผ่านกองทุน ‘ไอแชร์ส บิตคอยน์ ทรัสต์(IBIT)’ ของแบล็คร็อก

ช่วงต้นปี 2026 จนถึงปัจจุบัน แม้มีแรงไหลเข้าค่อนข้างน้อยแต่ยังคงมีความน่าสนใจ โดยเงินไหลเข้าอยู่ที่ประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์ และมีการถอนทุนรวม 1.38 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดสุทธิยังบวกอยู่ที่ประมาณ 5 ร้อยล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท)

จากโครงสร้างที่เปลี่ยนไป ทำให้ปัจจุบันบิตคอยน์มีเส้นทางที่แตกต่างจากเดิม ในอดีตบิตคอยน์มักผ่านจากเหมือง → ตลาดซื้อขาย → ผู้ลงทุนทั่วไป แต่ตอนนี้กลับเป็น *บริษัทและ ETF ที่ดูดซับเหรียญไว้ตั้งแต่ต้น*

เมื่อความต้องการยังคงสูงและ *อุปทานใหม่ลดลงอย่างชัดเจน* ย่อมสร้างแรงกดดันให้กับสภาพคล่องในตลาด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงวัฏจักรชั่วคราว แต่เป็นโครงสร้างระยะยาวของตลาดบิตคอยน์ในยุคใหม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1