Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

พูลิน(Poolin) อดีตเหมืองขุดบิตคอยน์(BTC) ยักษ์ใหญ่ส่วนแบ่งแฮชเรต 20% ยื่นล้มละลายแชปเตอร์ 11 ในสหรัฐ

พูลิน(Poolin) อดีตหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของอุตสาหกรรมขุด ‘บิตคอยน์(BTC)’ เดินหน้าสู่กระบวนการ ‘ล้มละลาย’ อย่างเป็นทางการ หลังยื่นขอความคุ้มครองภายใต้กฎหมาย ‘แชปเตอร์ 11’ ในสหรัฐ ส่งสัญญาณการออกจากเวทีของหนึ่งในเหมืองขุดที่เคยครองส่วนแบ่งแฮ시เรตทั่วโลกสูงสุดราว 20% ในช่วงรุ่งเรือง

เมื่อวันที่ 22 (เวลาท้องถิ่น) สื่อต่างประเทศรายงานว่า พูลิน บริษัทขุดบิตคอยน์สัญชาติสิงคโปร์ ได้ยื่นคำร้องขอล้มละลายภายใต้กฎหมาย ‘แชปเตอร์ 11’ ต่อศาลรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา โดยมีบริษัทในเครือฝั่งอเมริกาอีก 2 แห่งยื่นควบคู่กัน ได้แก่ ‘ลอนสตาร์ ดรีม(Lonestar Dream)’ และ ‘ลอนสตาร์ แทปรูต(Lonestar Taproot)’

เอกสารที่ยื่นต่อศาลระบุว่า ภาระหนี้รวมของกลุ่มพูลินอยู่ในช่วงอย่างน้อย 100–500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,466–7,332 ล้านบาท โดยหากดูตามการเปิดเผยรายบริษัท หนี้สินของพูลินอยู่ที่ประมาณ 173 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,537 ล้านบาท ขณะที่ทรัพย์สินหลักของบริษัทตอนนี้คือศูนย์ขุดบิตคอยน์ 2 แห่งในรัฐเทกซัสฝั่งตะวันตก ซึ่งได้รับข้อเสนอซื้อในราคาโดยรวมราว 52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 762 ล้านบาท โดยมี ‘ทอร์ แคลแลป(Thor CALAP LLC)’ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ

พูลินเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน ‘สุดยอด’ ผู้เล่นในตลาดขุดบิตคอยน์ช่วงปี 2019 โดยในยุครุ่งเรืองมีส่วนแบ่งแฮชเรตเครือข่ายบิตคอยน์ทั่วโลกอยู่ที่ราว 18–20% นั่นหมายถึง ในช่วงเวลานั้นพูลินเป็นหนึ่งในพูลขุดเดี่ยวที่ผลิตบิตคอยน์ได้มากที่สุดบนโลกใบนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นบริษัทเริ่มสูญเสียความสามารถในการแข่งขันจากทั้งภาวะตลาดทุนถดถอย ปัญหาการดำเนินงานภายใน และ ‘การลงทุนที่ผิดพลาด’ ส่งผลให้ส่วนแบ่งแฮชเรตของพูลินหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง จนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาถูกประเมินว่าแทบใกล้เคียงกับ ‘ศูนย์’

จุดเริ่มต้นของวิกฤตถูกย้อนไปที่ปี 2022 เมื่อราคา ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ ทั่วโลกดิ่งลงอย่างหนัก ทำให้ปัญหาสภาพคล่องลามไปทั่วอุตสาหกรรม ลูกค้าของพูลินจำนวนมากเริ่มร้องเรียนผ่านช่องทางอย่างเทเลแกรมว่ามีการ ‘หน่วงถอน’ หรือถอนเงินได้ล่าช้า ‘เควิน พาน(Kevin Pan)’ ผู้ร่วมก่อตั้งพูลิน ออกมายอมรับผ่านแพลตฟอร์มวีแชตว่า บริษัทกำลังเผชิญปัญหา ‘สภาพคล่องฝืดเคือง’ แต่ยืนยันว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังปลอดภัย ทว่าความเชื่อมั่นกลับสั่นคลอนอย่างรุนแรงและสถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว

ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน พูลิน วอลเล็ต(Poolin Wallet) ตัดสินใจ ‘ระงับการถอน’ โดยสิ้นเชิง และออกโทเคนลักษณะ IOU มูลค่ารวมประมาณ 163.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,399 ล้านบาท แจกจ่ายให้ผู้ใช้งานราว 11,700 ราย เพื่อใช้เป็นตั๋วสัญญาแทนการชำระหนี้ในอนาคต การออกโทเคนดังกล่าวแม้จะช่วยยื้อเวลาให้บริษัท แต่ก็ถูกมองว่าเป็นสัญญาณแจ้งเตือนตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าปัญหาสภาพคล่องของพูลินอยู่ในระดับ ‘วิกฤต’

หนึ่งในหมัดเด็ดที่ซ้ำเติมสถานะทางการเงินของพูลิน คือ ‘โครงการขยายเหมืองขุดในเทกซัส’ ซึ่งเดิมถูกวางให้เป็นหัวหอกในการฟื้นธุรกิจ โครงการนี้ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่ แต่กลับเผชิญความล่าช้าอย่างหนักในการขออนุมัติและเชื่อมสายส่ง ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายพุ่งสูง ขณะที่รายได้ไม่สามารถเติบโตตามแผน หลายฝ่ายมองว่าโครงการเทกซัสดังกล่าวกลายเป็นปัจจัยหลักที่เร่งให้ฐานะการเงินของพูลินทรุดลงเร็วกว่าที่คาด

‘ความคิดเห็น’ การล่มสลายของพูลินไม่ได้เป็นเพียงกรณีล้มเหลวของบริษัทเดี่ยว แต่สะท้อนถึง ‘โครงสร้างใหม่’ ของอุตสาหกรรมขุดบิตคอยน์ ที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของผู้เล่นรายใหญ่ที่มีเงินทุนหนา และสามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานราคาถูกและเสถียร โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง และบางประเทศในเอเชีย

ปัจจุบัน การขุด ‘บิตคอยน์(BTC)’ กลายเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ทั้งทุนโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และการบริหารความเสี่ยงขั้นสูง ตั้งแต่การล็อกต้นทุนค่าไฟในสัญญาระยะยาว ไปจนถึงการป้องกันความเสี่ยงด้านราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ผ่านอนุพันธ์ ผู้เล่นที่เคยครองตลาดอย่างพูลิน หากปรับตัวไม่ทันต่อสภาพตลาดที่ผันผวนและเงื่อนไขด้านต้นทุนพลังงาน ก็อาจถูกบีบให้ ‘ออกจากเกม’ ได้ในเวลาไม่นาน

กรณีของพูลินจึงกลายเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า แม้แต่ผู้เล่นที่เคยครองสัดส่วนแฮชเรตระดับ 20% ของเครือข่ายบิตคอยน์ทั่วโลก ก็ยัง ‘ต้านทาน’ โครงสร้างการแข่งขันยุคใหม่ไม่ไหว และตอกย้ำว่าเกณฑ์ขั้นต่ำในการเข้าสู่ธุรกิจขุด รวมถึงเงื่อนไขการอยู่รอดในระยะยาวของอุตสาหกรรมขุด ‘บิตคอยน์(BTC)’ กำลังถูกยกระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

ไวส์(Wise) หันจับกฎหมาย GENIUS Act เดินเกมสเตเบิลคอยน์ ลุ้นยื่นขอใบอนุญาต OCC ใหม่หลังถูกปัดตก

DEX ‘Dango’ ปิดตัวถาวรทั้งโปรโตคอลและเลเยอร์1 สะท้อนวิกฤตโปรเจกต์คริปโตขนาดเล็กปี 2026

เจน Z หันหลังเก็งกำไร หันลงทุนหุ้นเทค–ธีม AI ผ่านแพลตฟอร์มคริปโต ประตูใหม่สู่ TradFi

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1