ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดวันที่ 31 สิงหาคม (ตามเวลาท้องถิ่น) ด้วยแรงกดดันขาลงทั้ง 3 ดัชนีหลัก ขณะที่หุ้นเทสลา(TSLA) กลับสวนตลาดพุ่งขึ้นถึง 5.5%
ข้อมูลจากซินส์ดาต้า ระบุว่าหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเมื่อวันที่ 1 กันยายน (ตามเวลาเกาหลีใต้) ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 0.7% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 (S&P 500) ลดลง 0.33% และดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต ลดลง 0.12% ท่ามกลางบรรยากาศซื้อขายที่ ‘อ่อนแรง’ ในภาพรวม ขณะที่หุ้นเทสลากลับปรับตัวขึ้น 5.5% และหุ้นเอ็นวิเดีย(NVDA) บวกขึ้นกว่า 1%
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์บางตัวก็ปรับตัวขึ้นสวนตลาดเช่นกัน โดยหุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) ของเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 2% ส่วนหุ้นแซนดิสก์ (SanDisk) พุ่งขึ้นถึง 5.5% สะท้อนว่าแม้ภาพรวมดัชนีจะติดลบ แต่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์บางส่วนยังคง ‘แข็งแกร่ง’ กว่าตลาดโดยรวม
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มจีนกลับอ่อนตัวลง ดัชนีแนสแด็ก โกลเดน ดรากอน ไชน่า (Nasdaq Golden Dragon China Index) ร่วงลง 2.18% และหุ้นอาลีบาบา(BABA) ลดลง 4% ต่างจากหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ บางตัวที่ปรับตัวขึ้น หุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ กลับเผชิญแรงกดดัน
ภาพรวมตลาดในวันดังกล่าวถูกมองว่าเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมอ่อนตัว แต่มีความแตกต่างเป็นรายหุ้นอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานถึง คำเตือนจากวอลล์สตรีทที่ระบุว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง ผ่านแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ทั้งนี้ ยังยากที่จะประเมินความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างความเคลื่อนไหวดังกล่าวกับตลาดบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) จากเพียงตัวเลขตลาดหุ้นในวันนี้วันเดียว
ความคิดเห็น 0