ราคาอีเธอเรียม(ETH) ถูกกดดันลงในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ *4,700 ดอลลาร์* (ประมาณ 6.53 ล้านบาท) ได้ ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่า *4,300 ดอลลาร์* (ประมาณ 5.98 ล้านบาท) โดยเฉพาะเมื่อ *เส้นแนวโน้มขาขึ้น* ที่ ทอม ลี(Tom Lee) แห่งฟันด์สแตรท(Fundstrat) มองว่าเป็นแนวรับทางเทคนิค ก็ถูกทะลุลงอย่างชัดเจน ยิ่งตอกย้ำแนวโน้มการปรับฐานที่อาจยังไม่สิ้นสุด
นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่า แนว *4,300 ดอลลาร์* เป็น 'แนวรับทางเทคนิคที่สำคัญ' สำหรับอีเธอเรียม แต่เมื่อพิจารณาว่าตลาดคริปโตมักเข้าสู่ช่วงอ่อนตัวในเดือนกันยายน จึงมีความเสี่ยงที่ราคาจะหลุดระดับนี้ลงไป หากเป็นเช่นนั้น อาจเกิดการปรับฐานลงอีกราว 10% โดยข้อมูลเมื่อวันศุกร์ยังระบุว่า ตลาดฟิวเจอร์สของอีเธอเรียมมีการถูกชำระบัญชีรวมถึง *338 ล้านดอลลาร์* (ประมาณ 4,698 ล้านบาท) ในวันเดียว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฝั่ง *Long หรือผู้ที่เดิมพันว่าราคาจะขึ้น* แสดงให้เห็นว่า ความมั่นใจของตลาดต่อแนวโน้มขาขึ้นลดลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ข้อมูลอนุพันธ์ยังเผยสัญญาณเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการลดลงของ *Open Interest (มูลค่ารวมของสัญญาที่ยังค้างอยู่)* และการที่ *Funding Rate* กลับมาติดลบ ซึ่งชี้ว่าเกิดการบีบ 'โพสิชัน Long' อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวนี้อาจถือเป็นการเข้าสู่ภาวะ *Oversold* และหากมีอุปสงค์จากตลาด Spot กลับมา อาจเปิดทางให้เกิด ‘แรงดีดตัว’ ในระยะสั้นได้
กระนั้น นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า แม้อาจมีการรีบาวด์ แต่การจะสร้าง ‘โมเมนตัมขาขึ้นที่ยั่งยืน’ นั้น ตลาดจำเป็นต้องได้แรงหนุนจาก ‘ดีมานด์ของสถาบัน’ ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าซื้อของนักลงทุนรายย่อย ที่เคลื่อนไหวเร็วในระยะสั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณของ *การกลับตัวเป็นขาขึ้นที่แท้จริง* แต่อย่างใด และการดีดตัวใด ๆ ที่เกิดขึ้น อาจเป็นเพียง *การฟื้นตัวชั่วคราวจากการถูกขายมากเกินไป* ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญในตลาด
ความคิดเห็น 0