สตริป(Stripe) บริษัทฟินเทกระดับโลก ทำสถิติสูงสุดในการให้บริการโอนเงินผ่านบล็อกเชนด้วย ‘ยูเอสดีซี(USDC)’ โดยเมื่อเดือนกันยายนเพียงเดือนเดียว มูลค่าการโอนผ่านเครือข่ายโพลิกอน(MATIC), อีเธอเรียม(ETH) และเบส(Base) มีมูลค่าเกิน 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 636 ล้านบาท) ส่งผลให้ยอดโอนสะสมรวมของยูเอสดีซีแตะ 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,819 ล้านบาท)
ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากการขยายบริการ ‘บัญชีการเงินระดับโลก(Global Financial Accounts)’ ของสตริปอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2025 ตามความเห็นของนักวิเคราะห์คริปโต อเล็กซ์ ออบชาเควิช(Alex Obchakevich) ซึ่งระบุว่าเครือข่ายโพลิกอนกำลังมีปริมาณการโอนเพิ่มขึ้นแซงหน้าอีเธอเรียม โดยในเดือนกันยายน โพลิกอนมีมูลค่าการโอนรวมอยู่ที่ 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,913 ล้านบาท) ขณะที่อีเธอเรียมอยู่ที่ 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,801 ล้านบาท) และเบสอยู่ที่ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 112 ล้านบาท)
ออบชาเควิชกล่าวว่า "โพลิกอนได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าอีเธอเรียมนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของภาคธุรกิจที่มองหาทางเลือกที่มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าและเร็วกว่า" พร้อมเสริมว่า "ข้อมูลจากแดชบอร์ดของ Dune Analytics แสดงให้เห็นถึงภาพรวมที่ชัดเจนของแนวโน้มการใช้สเตเบิลคอยน์ในระดับองค์กร"
บริการโอนเงินด้วยยูเอสดีซีของสตริปในขณะนี้ครอบคลุมมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนทางเทคโนโลยีจากบริษัทฟินเทคสัญชาติอเมริกันอย่าง ‘แพกซอส(Paxos)’ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันระบบชำระเงินบนบล็อกเชนให้กับธุรกิจรายใหญ่ในสหรัฐฯ ด้วยจุดเด่นด้านความมั่นคงและความสอดคล้องตามข้อบังคับ
ในปี 2025 การนำสเตเบิลคอยน์มาใช้โดยแพลตฟอร์มการชำระเงินแบบเว็บ 2 (Web2) มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น เพย์พาล(PayPal) ได้เพิ่มกลไกจูงใจให้แก่ผู้ใช้ ‘PYUSD’ ผ่านโปรโตคอลการกู้ยืมแบบกระจายศูนย์อาเว(Aave) สอดคล้องกับคำกล่าวของโมนิกา ลอง(Monica Long) ประธานบริษัทริปเปิล(XRP) ที่เห็นว่า "การที่สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมเริ่มบูรณาการสเตเบิลคอยน์ ชี้ถึงเทรนด์สำคัญของปี 2025"
สเตเบิลคอยน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนน้อย โดยถูกนำไปใช้ในหลากหลายฟังก์ชันทั้งการชำระเงิน การโอนเงิน และดิไฟ(DiFi) ปัจจุบันมียอดรวมการออกสเตเบิลคอยน์ทั่วโลกกว่า 310,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องตามทิศทางการยอมรับจากกลุ่มธุรกิจทั่วโลก
ความคิดเห็น 0