Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อังกฤษผนึก 48 ชาติใช้ระบบ CARF บังคับแพลตฟอร์มคริปโตรายงานข้อมูลผู้ใช้งาน เริ่มปี 2026

ประเทศอังกฤษจับมือ 48 ชาติเข้มสกัดเลี่ยงภาษีคริปโต บังคับแลกเปลี่ยนรายงานข้อมูลผู้ใช้

เมื่อวันที่ 24 ตามเวลาท้องถิ่น สำนักข่าวหลายแห่งรายงานตรงกันว่า ประเทศอังกฤษและอีก 47 ประเทศ ได้ร่วมกันประกาศใช้กรอบ “ระบบรายงานสินทรัพย์ดิจิทัล (CARF)” ที่จัดทำโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดการเลี่ยงภาษีจากตลาดคริปโต ด้วยการบังคับให้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายงานข้อมูลธุรกรรมและผู้ใช้งานแบบ ‘เปิดเผยตัวตน’

สำนักงานภาษีของอังกฤษ หรือ HMRC แสดงจุดยืนชัดว่าจะเริ่มเก็บข้อมูลการซื้อขายจากทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้านิติบุคคลภายในแพลตฟอร์มคริปโตที่จดทะเบียนในประเทศ เริ่มตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป โดยจะเก็บข้อมูลทั้งราคาซื้อ ราคาเมื่อขาย และกำไรที่ได้รับ รวมไปถึง ‘ข้อมูลถิ่นที่อยู่อาศัยเพื่อวัตถุประสงค์ทางภาษี’ ของผู้ใช้ และจะเริ่มมีการส่งข้อมูลข้ามพรมแดนโดยอัตโนมัติในปี 2027

แผนการนี้ทำให้ทุกประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป, เขตการปกครองช่องแชนเนล, บราซิล, หมู่เกาะเคย์แมน และแอฟริกาใต้ จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีร่วมกับอังกฤษ ขณะเดียวกัน อังกฤษยังเตรียมประกาศใช้กฎหมายใหม่ที่จะบังคับให้ทุกแพลตฟอร์มซื้อขายรายงานธุรกรรมทั้งหมดต่อรัฐในปี 2026 ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเริ่มต้นของ ‘ระบบซื้อขายคริปโตแบบเปิดเผยตัวตน’ อย่างเป็นทางการ

ภายใต้ระบบ CARF มีมากกว่า 75 ประเทศที่แสดงเจตจำนงจะเข้าร่วมการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยศูนย์กลางคริปโตระดับโลกอย่างสิงคโปร์, ฮ่องกง, สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะเริ่มใช้งาน CARF ในปี 2027 และเริ่มแชร์ข้อมูลในปีถัดไป สหรัฐอเมริกาซึ่งแม้จะไม่ได้เป็นสมาชิก OECD ก็วางแผนเริ่มใช้ระบบรายงานนี้ในปี 2028 และจัดการแลกเปลี่ยนข้อมูลในปี 2029

แอนดรูว์ พาร์ก จากบริษัทที่ปรึกษาภาษี Price Bailey ให้ความเห็นว่า “นี่คือจุดจบของความเชื่อที่ว่า รายได้จากคริปโตสามารถเลี่ยงภาษีได้” พร้อมชี้ว่าการใช้ระบบ CARF จะทำให้ทุกการเคลื่อนไหวในสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ภายใต้สายตาของหน่วยงานรัฐ

ทางด้าน HMRC ของอังกฤษนั้น ได้เริ่มวางแผนมาแล้วหลายปี โดยในปีภาษี 2024-2025 ได้ส่งจดหมายสอบถามเกี่ยวกับคริปโตถึงผู้มีแนวโน้มหลีกเลี่ยงภาษีกว่า 65,000 ฉบับ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 2 เท่าตัว และในปีนี้ได้เพิ่มหัวข้อสินทรัพย์ดิจิทัลลงในแบบฟอร์มภาษีเพื่อให้ผู้ใช้แจ้งรายได้จากคริปโตด้วยตนเอง

แม้ระบบภาษีจะเข้มขึ้น แต่นักลงทุนกลับไม่ได้ลดการลงทุนลง โดย แอชเชอร์ แทน ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม CoinJar ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานกำกับหลักทรัพย์อังกฤษ(FCA) กล่าวว่า “ก่อนการประกาศงบประมาณของรัฐบาล ยอดฝากด้วยเงินปอนด์สูงกว่ายอดถอนถึง 16% แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมองระยะยาวมากกว่าความกังวลระยะสั้น”

เขายังเสริมอีกว่า “ระบบใหม่อาจทำให้ผู้ใช้ทั่วไปได้รับประโยชน์ในแง่ความโปร่งใสและรู้หน้าที่ภาษีของตัวเองมากขึ้น และแพลตฟอร์มที่มีการตอบสนองต่อข้อบังคับได้ดีจะกลายเป็นทางเลือกหลักของผู้ใช้งานในอนาคต”

อย่างไรก็ตาม นโยบายด้านภาษีคริปโตนั้นยังแตกต่างไปตามแต่ละประเทศ ญี่ปุ่นเตรียมใช้อัตราภาษีแบบคงที่ที่ 20% ตั้งแต่ปี 2026 แทนโครงสร้างเดิมที่มีอัตราเพิ่มตามรายได้สูงสุดถึง 55% พร้อมทั้งอนุญาตให้นำขาดทุน 3 ปีมาหักล้างกับกำไร และจัดให้คริปโตสามารถเป็นสินทรัพย์ภายใต้กองทุนรวมได้

ขณะที่ฝรั่งเศสเพิ่งผ่านร่างกฎหมายใหม่ที่ขยายภาษีทรัพย์สินไปยังสินทรัพย์ดิจิทัล ราคาแพงอย่างเรือยอชต์ และสินค้าฟุ่มเฟือยอื่น โดยเก็บภาษี 1% จากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เกิน 2 ล้านยูโร หรือประมาณ 31 ล้านบาท

ในทางกลับกัน สเปนกำลังพิจารณาร่างกฎหมายที่ให้นำกำไรจากคริปโตไปรวมเป็นรายได้ทั่วไป ซึ่งอาจทำให้อัตราภาษีสูงสุดพุ่งถึง 47% ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนักกฎหมายภาษีท้องถิ่นที่มองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะซับซ้อนเกินไปและสร้างความสับสนต่อนโยบายภาษีโดยรวม

คำถามสำคัญคือ เหตุใดรัฐบาลทั่วโลกถึงรีบเร่งออกกฎหมายภาษีที่เข้มงวดเช่นนี้ คำตอบอาจอยู่ที่ ‘ช่องว่าง’ ในระบบเดิม รายงานจากสำนักงานสรรพากรเดนมาร์กแสดงให้เห็นว่า แม้มีข้อบังคับให้แพลตฟอร์มรายงานข้อมูลตั้งแต่ปี 2019 แต่กว่า 90% ของนักลงทุนยังไม่ได้ยื่นแบบภาษีใดๆ และมีแนวโน้มการย้ายไปเล่นในแพลตฟอร์มต่างประเทศเพื่อเลี่ยงการรายงาน

ในสหรัฐอเมริกา รัฐแอริโซนาเสนอร่างกฎหมายยกเว้นภาษีสำหรับคริปโต และห้ามจัดเก็บค่าธรรมเนียมกับผู้ให้บริการโหนดบนบล็อกเชน โดยร่างฯ นี้อาจเข้าสู่การลงประชามติของประชาชนในเดือนพฤศจิกายน 2026

ส่วนประเทศไทยเอง ยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีคริปโตที่เตรียมบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2027 เนื่องจากประเด็นขัดแย้งระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล และสภาพลัดขั้นตอนด้านกฎหมาย ทำให้การบังคับใช้อาจล่าช้า ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์แม้จะวางโครงสร้างกฎหมายตั้งแต่ปี 2026 แต่จะเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกับต่างประเทศในปี 2027 เป็นต้นไป

‘ระบบรายงานสินทรัพย์ดิจิทัล(CARF)’ ถูกมองว่าเป็นตัวเร่งสำคัญในการทำให้ตลาดคริปโตขยับเข้าสู่ระบบภาษีสากล โดย *ความเห็น* ของผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุด ‘ยุคแห่งการซื้อขายแบบไร้ตัวตน’ และปูทางสู่ตลาดที่โปร่งใสและยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1