Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) พุ่ง 5% รับแรงหนุนจากสถาบัน-กฎเกณฑ์เอื้อ ไม่เกี่ยวเหตุการเมืองเวเนซุเอลา

บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวขึ้นราว 5% เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา เรียกความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ออกมาเตือนว่าการเชื่อมโยงการทะยานของราคาในครั้งนี้กับความวุ่นวายทางการเมืองในเวเนซุเอลานั้นอาจเป็นเรื่องเกินจริง พร้อมชี้ว่าตัวแปรสำคัญจริงๆ อยู่ที่ ‘ความต้องการจากสถาบัน’, ‘สภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่เปิดกว้างมากขึ้น’ และ ‘แรงผลักดันจากบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก’

แนวคิดที่แพร่หลายบนโลกออนไลน์และบางสื่อ คือการที่ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรของเวเนซุเอลาถูกจับกุมและส่งตัวไปยังสหรัฐฯ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งถูกตีความว่าอาจกระทบต่อการส่งออกน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลง กดดันเงินเฟ้อให้ชะลอตัว และเปิดช่องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด จึงเป็นแรงเสริมให้บิตคอยน์พุ่งขึ้น

แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลตลาดกลับไม่ได้สะท้อนแนวคิดดังกล่าว ‘ไรอัน ราสมุสเซน(Ryan Rasmussen)’ หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบิตไวส์(Bitwise) กล่าวว่าหากตลาดคาดหวังการลดดอกเบี้ยจริง จะต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงในราคาสัญญาฟิวเจอร์สดอกเบี้ยทันที แต่ข้อมูลวันก่อนและหลังการจับกุมมาดูโรกลับชี้ว่า ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในเดือนมกราคมและธันวาคมปี 2026 แทบไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลย โดยในเดือนมกราคม ความน่าจะเป็นต่อการลดดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐานอยู่ที่ 16.6% ก่อนเหตุการณ์ และลดลงเหลือ 16.1% หลังเหตุการณ์ ส่วนในเดือนธันวาคมก็ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 19.1% เป็น 19.2%

“ถ้าจะหารากฐานที่มั่นคงกว่าสำหรับการพุ่งของบิตคอยน์ครั้งนี้ ต้องมองไปที่สถาบัน” ราสมุสเซนกล่าว พร้อมเสริมว่าปัจจัยหลักข้อแรกคือ ‘การไหลเข้าของเงินทุนจากนักลงทุนสถาบัน’ โดยเฉพาะหลังการเปิดตัวกองทุน ETF บิตคอยน์แบบ *spot* ในสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นปี ราสมุสเซนเปิดเผยว่า เพียงแค่วันที่ 2 มกราคมวันเดียวมีเงินทุนไหลเข้าสูงกว่า 500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7,234 ล้านบาท โดยมีทั้งโมแกนสแตนลีย์, เวลส์ฟาร์โก และเมอร์ริล ลินช์ เริ่มจัดสรรสินทรัพย์เข้าสู่คริปโต

ปัจจัยที่สองคือ ‘การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบไปในทิศทางที่เป็นมิตรกับสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น’ ราสมุสเซนให้ความเห็นว่า หลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในปี 2024 บรรยากาศที่เป็นบวกต่อการยอมรับคริปโตเริ่มชัดเจนขึ้น หลายบริษัทด้านบริหารสินทรัพย์, กองทุนบำเหน็จบำนาญ ไปจนถึงหน่วยงานรัฐต่างเริ่มนำบิตคอยน์มาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน

ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือ ‘ภาวะรับความเสี่ยง (risk-on)’ ที่เกิดจากกระแสของปัญญาประดิษฐ์(AI) ที่ส่งผลให้ทั้งหุ้นเทคโนโลยีและคริปโตกลับมาเนื้อหอมอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าฟองสบู่ AI จะไม่แตกในเร็ววัน

ราสมุสเซนเสริมว่า แม้ข่าวเวเนซุเอลาจะไม่ส่งผลเปลี่ยนแปลงต่อมุมมองดอกเบี้ยในระยะสั้น แต่ทิศทางใหญ่ของนโยบายการเงินสหรัฐฯ อย่างการลดดอกเบี้ย 50 จุดพื้นฐานในปี 2026 หรือแม้แต่การกลับมาใช้ ‘การผ่อนคลายเชิงปริมาณ’ (QE) ก็ยังเป็นไปได้อยู่ “QE เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น” เขากล่าว

กล่าวได้ว่า สิ่งที่ผลักดันตลาดไม่ใช่ข่าวรายวัน แต่คือแนวโน้มที่ต่อเนื่องและเป็นโครงสร้าง ทั้งนี้ เขากล่าวว่า “เหตุการณ์ในเวเนซุเอลาอาจมีอิทธิพลแค่เล็กน้อยในภาพรวม แต่ไม่ใช่แรงขับเคลื่อนหลักของการพุ่งขึ้นในรอบนี้แน่นอน” และแนะนำให้นักลงทุน “ถอยออกมามองภาพกว้างกว่านี้อีกหน่อย”

ณ เวลาที่เขียนบทความ บิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ระดับ 93,750 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.36 ล้านบาท

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1