ความชัดเจนของกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นหลังยุคของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้จุดประกายความเป็นไปได้ที่ระบบชำระเงินระหว่างประเทศจะนำ ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ มาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเครือข่ายการโอนเงินระดับโลกอย่าง SWIFT ได้แสดงท่าทีเปิดกว้างต่อการเลือกใช้ริปเปิล(XRP) เป็นส่วนหนึ่งของระบบ ทำให้วงการคริปโตจับตาอย่างใกล้ชิดถึงทิศทางความร่วมมือในอนาคต
นักวิเคราะห์คริปโตนามว่า SMQKE เปิดเผยผ่านโพสต์บน X ว่า การพัฒนาในด้านกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ SWIFT พิจารณาการใช้คริปโตเคอร์เรนซีอย่าง XRP ในระบบของตน โดยเขาอ้างคำกล่าวของก็อทฟริด ไลบ์บรันต์(Gottfried Leibbrandt) อดีตซีอีโอของ SWIFT ซึ่งเคยระบุว่า ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้สถาบันการเงินไม่กล้าใช้สินทรัพย์ดิจิทัล
‘ความคิดเห็น’: ความเปลี่ยนแปลงทิศทางนี้ บ่งบอกถึงการปรับตัวอย่างมีนัยยะสำคัญของ SWIFT ต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
SWIFT เองก็ได้เริ่มเดินหน้าสู่โลกของบล็อกเชน โดยเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับคอนเซนซิส(Consensys) ภายใต้การนำของโจเซฟ ลูบิน(Joseph Lubin) เพื่อเปิดตัวโครงการนำเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย(Distributed Ledger) มาใช้ในระบบของตน
การเคลื่อนไหวของ SWIFT นำไปสู่ข้อสงสัยว่าองค์กรกำลังมุ่งสู่ ‘การแข่งขันโดยตรง’ กับริปเปิลหรือไม่ ปัจจุบัน ริปเปิลให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ ‘รวดเร็วและต้นทุนต่ำ’ ผ่านเครือข่าย XRP Ledger ซึ่งถือเป็นตลาดเดียวกันกับที่ SWIFT กำลังพัฒนา บางฝ่ายในแวดวงการเงินแสดงความกังวลว่า ริปเปิลอาจถูกลดบทบาทลงหาก SWIFT สามารถพัฒนาระบบของตนได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม SMQKE กล่าวว่า สิ่งที่ต้องจับตาคือการที่ SWIFT ไม่มีแผนจะพัฒนา ‘โทเคนประจำองค์กร’ แต่อย่างใด โดยอ้างจากการให้สัมภาษณ์ของสตีเวน เกรนเจอร์(Stephen Grainger) ผู้บริหารของ SWIFT ซึ่งยืนยันว่า SWIFT จะไม่สร้างคริปโตของตนเอง นั่นหมายความว่าหน่วยงานนี้อาจต้องพึ่งพาคริปโตจากบุคคลภายนอก หนึ่งในตัวเต็งก็คือ XRP นั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีเบาะแสที่บ่งชี้ความเชื่อมโยงระหว่างริปเปิลและ SWIFT มาแล้วก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์นามว่า BankXRP ระบุว่า GTreasury บริษัทโซลูชันทางการเงินที่ริปเปิลถือหุ้นอยู่ ได้ลงทะเบียนเป็นพันธมิตรกับโครงการ ‘SWIFT Certified Partner’ และมีบทบาทสำคัญในการให้บริการเชื่อมโยงระบบธนาคารทั่วโลก ทั้งในด้านการโฮสต์แพลตฟอร์ม Alliance Lite2 ของ SWIFT และการให้ข้อมูลธนาคารแบบเรียลไทม์ผ่านรหัส IBAN และ ABA
อีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเร่งให้ความร่วมมือเกิดขึ้น คือสถานะของริปเปิลที่กำลังจะได้รับอนุมัติจากสำนักงานผู้ควบคุมสกุลเงินสหรัฐ(OCC) ให้เปลี่ยนเป็นธนาคารรับฝากทรัพย์ในระดับประเทศ หากได้รับอนุมัติและสามารถผนวกระบบเข้ากับโครงสร้างของสถาบันการเงินได้ ก็มีแนวโน้มว่า XRP จะถูกรวมอยู่ในโครงสร้างระบบชำระเงินของ SWIFT อย่างเป็นทางการ
ล่าสุด XRP มีการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 2.38 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นการปรับตัวขึ้นมากกว่า 12% จากวันก่อนหน้า ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อโอกาสการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของ XRP ในเครือข่ายระดับสากล
‘ความคิดเห็น’: หาก SWIFT เลือก XRP จริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โลกการเงินแบบดั้งเดิมก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เชื่อมต่อกับคริปโตอย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0