เกิดเหตุการณ์โจมตีครั้งใหญ่ในวงการคริปโตเมื่อลูกค้าของกระเป๋าเงินมัลติซิกชื่อดังรายหนึ่งถูกแฮ็ก ส่งผลให้มีการสูญเสียเงินรวมกว่า 27.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 395 พันล้านวอน) โดยจากจำนวนนี้อย่างน้อย 19.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 281 พันล้านวอน) ถูกฟอกผ่านมิกซ์ซิ่งเซอร์วิสที่มีความเป็นส่วนตัวสูงอย่าง ‘ทอร์นาโดแคช(Tornado Cash)’ ซึ่งมักใช้สำหรับปกปิดแหล่งที่มาของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกขโมย และในกรณีนี้ก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน
บริษัทความปลอดภัยบล็อกเชนอย่าง เพคชิลด์(PeckShield) เป็นผู้ค้นพบเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ โดยระบุว่า ผู้โจมตีได้ถอนเงินจำนวน 1,000 อีเธอร์(ETH) (คิดเป็นมูลค่าราว 48 พันล้านวอน) จากแพลตฟอร์มการให้กู้ยืมในดีไฟอย่างอาเว(Aave) แล้วส่งต่อเข้าไปใน *ทอร์นาโดแคช* ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีอีเธอร์กว่า 6,300 เหรียญ (ประมาณ 302 พันล้านวอน) ถูกฟอกผ่านระบบนี้
จุดน่าสนใจคือ แฮ็กเกอร์ไม่ได้หยุดเพียงแค่การขโมยทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังใช้เงินบางส่วนเป็นหลักประกันเพื่อเปิดสถานะเทรดเลเวอเรจมูลค่ากว่า 9.75 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 141 พันล้านวอน) โดยเปิดสถานะ ‘ลอง’ ในอีเธอเรียม(ETH) มูลค่า 20.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 297 พันล้านวอน) และยืมเหรียญสเตเบิลคอยน์อย่างได(DAI) มูลค่า 10.7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 155 พันล้านวอน) มาใช้ในการลงทุน
เหตุการณ์นี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายกรณีแฮ็กและหลอกลวงที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2026 โดยเพคชิลด์พบอีกว่า ที่อยู่กระเป๋าเงิน ‘0xB8b4…3714’ ได้รับเงินจากกระเป๋าที่อยู่บนเครือข่ายทรอน(TRX) และนำมา ‘บริดจ์’ เข้าสู่เครือข่ายอีเธอเรียม ก่อนใช้ *ทอร์นาโดแคช* ฟอกเงินอีกกว่า 2,479 ETH (ประมาณ 119 พันล้านวอน)
การโจมตีครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับ ‘การหลอกลวงแบบ Pig Butchering’ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มิจฉาชีพจะผูกสัมพันธ์แบบหลอกๆ ผ่านโลกออนไลน์ แล้วชักชวนให้เหยื่อร่วมลงทุนในคริปโต ก่อนจะขโมยเงินทั้งหมดไป
นอกจากนี้ยังตรวจพบการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับเหตุการณ์แฮ็ก UXLink ที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2025 โดยในกรณีนั้น แฮ็กเกอร์แปลงบิตคอยน์ห่อหุ้ม (wBTC) จำนวน 248 เหรียญเป็นไดมูลค่า 23 ล้านเหรียญ (ประมาณ 333 พันล้านวอน) พร้อมทั้งขายโทเคนจำนวนนับพันล้านที่สร้างขึ้นอย่างผิดกฎหมาย
บริษัทด้านความปลอดภัย ‘เซอร์ติก(CertiK)’ ก็ออกมาเตือนถึงอีกกรณีหนึ่งในโปรเจกต์ TMXTribe ที่อยู่บนเครือข่ายอาร์บิทรัม(ARB) โดยผู้ไม่หวังดีได้ใช้ช่องโหว่จากสมาร์ตคอนแทรกต์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ สร้าง LP Token ด้วย USDT แล้วหมุนเวียนด้วยรูปแบบการแลกเปลี่ยน สเตค และแอนสเตคอย่างต่อเนื่อง จนขโมยสินทรัพย์ไปได้ราว 1.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 20 พันล้านวอน) ซึ่งรวมถึงทั้ง WETH และโซลานา(SOL) ด้วย
ความน่ากังวลยิ่งทวีมากขึ้นเมื่อเหตุการณ์ความปลอดภัยในโลกดิจิทัลเริ่มเชื่อมโยงกับภัยคุกคามทางกายภาพ โดยเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2026 บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตชื่อดัง ‘เล็ตเจอร์(Ledger)’ ออกแถลงการณ์ว่า ข้อมูลลูกค้าถูกละเมิดจากผู้ให้บริการชำระเงินภายนอก ‘Global-e’ ทำให้ชื่อ, ที่อยู่, อีเมล, และเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าหลุดออกสู่ภายนอก แม้จะยืนยันว่า *รหัสผ่าน, หมายเลขบัตร และคีย์ส่วนตัว* ไม่ได้รับผลกระทบ แต่ความกังวลเกี่ยวกับฟิชชิงและวิศวกรรมสังคมก็เพิ่มสูงขึ้น
เหตุการณ์นี้ชวนให้นึกถึงเหตุการณ์ในปี 2020 ที่ 'เล็ตเจอร์' เผยว่าข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย และข้อมูลส่วนตัวของมากกว่า 300,000 รายถูกแฮ็ก และหากข้อมูลทั้งเก่าและใหม่ถูกนำมารวมกัน มี ‘ความคิดเห็น’ ทางเทคนิคว่ามิจฉาชีพอาจใช้เครื่องมือ AI เพื่อระบุผู้ถือครองสินทรัพย์มูลค่าสูงที่อาจกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีทางกายภาพ
นักวิเคราะห์อย่าง อิกนาส(Ignas) ชี้ว่า “หลังเหตุการณ์ข้อมูลรั่ว ผู้คนเสี่ยงต่อการถูกโจมตีในชีวิตจริงมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจมีแนวโน้มถดถอย ผู้ถือครองคริปโตจะกลายเป็นกลุ่มที่อันตรายที่สุด”
ในขณะเดียวกัน นักลงทุนชื่อดัง ฮาเซบ คูเรชี(Haseeb Qureshi) ก็ยืนยันผ่านฐานข้อมูล ‘แรนซ์แอทแทค(Wrench Attack)’ ว่าทั้งจำนวนผู้ถูกโจมตีและผู้ถือสินทรัพย์เป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ส่วนผู้ใช้รายหนึ่งในชื่อ ‘เรโซ(Rezo)’ แสดงความคิดเห็นว่า “แม้ระบบโครงสร้างของเล็ตเจอร์จะไม่ได้ถูกแฮ็กโดยตรง แต่การพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานภายนอกกลายเป็นความเสี่ยงแบบรวมศูนย์ที่ยากจะควบคุม”
รายงานของเพคชิลด์ระบุอีกว่า แม้เดือนธันวาคม 2025 จะมียอดมูลค่าความเสียหายจากการแฮ็กลดลงเหลือ 76 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,102 พันล้านวอน) ลดลงกว่า 60% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ก็ยังมีเหตุการสำคัญ อย่างการแฮ็กด้วยการแก้ไขที่อยู่เป้าหมาย (Address Poisoning) มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์, การรั่วไหลของคีย์ส่วนบุคคลมูลค่า 27.3 ล้านดอลลาร์ และการเจาะกระเป๋าคล้าย Trust Wallet มูลค่า 7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 101 พันล้านวอน)
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยให้คำแนะนำว่า “ขณะนี้ไม่เพียงแต่ความมั่นคงในโลกดิจิทัลที่ต้องกังวล แต่ต้องหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยจริงในชีวิตประจำวันด้วย เช่น ให้ระวังอีเมลฟิชชิง เปลี่ยนที่อยู่พัสดุ จัดตั้งจุดรับของชั่วคราว และหมั่นตรวจสอบการเคลื่อนไหวของข้อมูลออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ”
ความคิดเห็น 0