มูลนิธิอีเธอเรียมได้เปิดเผยเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า 'เลเยอร์อินเทอร์ออปอีเธอเรียม' หรือ EIL ซึ่งถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็น *มาตรฐานใหม่ของอินเทอร์เน็ตยุคต่อไป* โดยชูแนวคิด ‘ลดความเชื่อถือ’ (trust-minimized) และ ‘ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้’ (UX) เพื่อแก้ปัญหาทั้งสองด้านพร้อมกัน
โดยในงาน *Devconnect* ที่จัดขึ้นที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา มาริซา พอสเนอร์ จากทีมผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิอีเธอเรียม และโยอาฟ ไวส์ นักวิจัยด้านความปลอดภัยของมูลนิธิ ได้ร่วมพูดคุยผ่านพอดแคสต์ พร้อมอธิบายวิธีที่ EIL จะช่วยให้ระบบของอีเธอเรียม ‘ไม่จำเป็นต้องเชื่อถือ’ อีกต่อไป พร้อมแสดงแนวทางใหม่ที่จะทำให้อีเธอเรียมใช้งานง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ในปัจจุบัน แม้อีเธอเรียมกำลังขยายตัวผ่านเลเยอร์ 2 อย่างอาร์บิทรัม, ออปติมิซึม และเบส แต่การย้ายสินทรัพย์ระหว่างเครือข่ายเหล่านี้ยังซับซ้อน และต้องพึ่งพาบุคคลที่สาม เช่น บริดจ์หรือตัวแก้โจทย์ (solver) ทำให้มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างการเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้าหรือการถูกแฮ็ก
EIL มุ่งแก้ปัญหานี้ด้วยการนำเสนอระบบ ที่ผู้ใช้สามารถ ‘เซ็นครั้งเดียว’ เพื่อทำธุรกรรมข้ามหลายเชน โดยไม่มีตัวกลาง ผ่านกระเป๋าเงินของตนเอง กล่าวคือ กระเป๋าเงินของผู้ใช้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านความปลอดภัย พร้อมรูปแบบอินเทอร์เฟซใหม่ที่ทำให้การใช้งานข้ามเชนเป็นเรื่องง่ายขึ้นอย่างมาก
ในพอดแคสต์ยังได้กล่าวถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ในระบบ RPC (Remote Procedure Call) ซึ่งแม้จะเป็นเครื่องมือช่วยส่งคำขอของผู้ใช้ไปยังบล็อกเชน แต่ระบบนี้กลับพึ่งพาโครงสร้างแบ็กเอนด์แบบรวมศูนย์ โยอาฟ ไวส์กล่าวว่า "แม้จะดูว่าอีเธอเรียมไม่ต้องไว้ใจใคร แต่หากเราซูมเข้าไปจริง ๆ ยังมีจุดที่ต้องไว้ใจอยู่ หนทางสู่การ ‘กระจายศูนย์เต็มรูปแบบ’ ต้องเริ่มจากการกำจัดจุดที่ต้องเชื่อถือทั้งในกระเป๋า, บริดจ์ และ RPC"
สำหรับโรดแมปของ EIL จะเริ่มต้นด้วยการทดสอบบนเทสต์เน็ตภายในปีนี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ การสร้างมาตรฐาน และการรวมเข้ากับกระเป๋าเงินต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายเปิดใช้งานจริงบนเมนเน็ตภายในปี 2026 ทั้งนี้ มูลนิธิอีเธอเรียมเน้นว่า ระบบนี้จะพัฒนาบนมาตรฐาน ERC-4337 ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการฉันทามติของอีเธอเรียมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม การประสบความสำเร็จของ EIL ไม่ได้ขึ้นกับการเขียนโค้ดเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างนักพัฒนาเลเยอร์ 2, แพลตฟอร์ม dApp, และผู้ผลิตกระเป๋าเงินต่าง ๆ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะมีกรอบตรวจสอบจากโปรเจกต์อย่าง L2BEAT และ Walletbeat มาช่วยประเมิน *ระดับความไว้วางใจ* ของเทคโนโลยีใหม่นี้ในตลาด
มาริซา พอสเนอร์ให้สัมภาษณ์ว่า “อีเธอเรียมทุกวันนี้เปรียบเสมือนอินเทอร์เน็ตก่อนยุค HTTP” พร้อมเสริมว่า EIL จะเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้ *แอปพลิเคชันอีเธอเรียมที่ไม่ต้องอาศัยความเชื่อถือ* เข้าถึงผู้ใช้อย่างแท้จริง เธอยังมองว่าในระยะยาว EIL อาจกลายเป็น *โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ* โดยเฉพาะเมื่อ ‘นักลงทุนสถาบัน’ เริ่มร้องขอระบบที่มีความน่าเชื่อถือลดลงและปลอดภัยยิ่งขึ้น
การเปิดตัว EIL จึงถือเป็นความเคลื่อนไหวจริงจังของมูลนิธิอีเธอเรียมในการทำให้แนวคิดเรื่อง ‘การกระจายศูนย์’ หลุดพ้นจากการเป็นเพียงศัพท์เทคนิค และกลายเป็น ‘ประสบการณ์’ ที่ผู้ใช้สามารถสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน
‘คำ’ ที่ควรจับตา: อีเธอเรียม, EIL, trust-minimized, ERC-4337, กระเป๋าเงิน, RPC, อินเทอร์ออป (interoperability), เมนเน็ต 2026
‘ความคิดเห็น’: หากโครงการนี้บรรลุเป้าหมายตามแผนในปี 2026 ได้จริง อาจส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของ Web3 เปลี่ยนโฉมอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัยและการเข้าถึงของผู้ใช้งานใหม่ในตลาดคริปโต
ความคิดเห็น 0