โซลานา(SOL) กลายเป็นจุดสนใจของวงการวอลล์สตรีท ขณะที่แนวโน้ม ‘การโทเคนสินทรัพย์’ ซึ่งเป็นกระแสที่ร้อนแรงที่สุดในตลาดการเงินดั้งเดิม กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยโซลานาใช้จุดเด่นด้าน ‘ความเร็วของเครือข่าย’ และ ‘ความสามารถในการขยายระบบ’ เพื่อครองส่วนแบ่งของตลาดนี้ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่ม ‘หุ้นโทเคน’ ที่เครือข่ายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในตลาดมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 14,547 ล้านบาท) โดยมีส่วนแบ่งมากกว่าครึ่งหนึ่ง
จากข้อมูลล่าสุดของ Dune Analytics แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน พบว่า xStocks ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจัดการสินทรัพย์บนโซลานา ปัจจุบันดูแลหุ้นที่ถูกโทเคนไว้อยู่ถึง 57% ของทั้งตลาด อัตราค่าธรรมเนียมที่ต่ำและความเร็วในการประมวลผลที่เหนือกว่าคู่แข่งส่งผลให้แพลตฟอร์มได้รับความนิยมจากสถาบันการเงิน
นอกจากนี้ โซลานาได้ประกาศแผนยกระดับเครือข่ายครั้งใหญ่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 โดยมีชื่อว่า ‘Alpenglow’ โดยการอัปเกรดครั้งนี้จะยุติการใช้ฉันทามติแบบ TowerBFT+PoH (Proof of History) และนำระบบใหม่ ‘Votor’ (กลไกการนับคะแนนโหวต) ร่วมกับ ‘Rotor’ (การเผยแพร่บล็อกด้วยการอิงจากการถือครองโทเคน) มาใช้แทน ซึ่งจะลดระยะเวลาการยืนยันธุรกรรมลงจาก 12.8 วินาที เหลือเพียง 100-150 มิลลิวินาที
ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้มีความสำคัญไม่เพียงแค่ต่อผู้ใช้ทั่วไป แต่ยังสามารถรองรับกลุ่มธุรกรรมความถี่สูง (High-Frequency Trading) ของบริษัทการเงินขนาดใหญ่ได้อีกด้วย ความสามารถดังกล่าวทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าโซลานาอาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการโทเคนสินทรัพย์อย่างหุ้นและพันธบัตรที่ต้องการ ‘ความถูกต้อง’ และ ‘ความรวดเร็ว’ อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาด RWA (Real-World Asset) กำลังได้รับความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก
เมื่อความต้องการใช้เครือข่ายเพิ่มขึ้น ก็อาจส่งผลเชิงบวกต่อมูลค่าของเหรียญ SOL ด้วย โดยนักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่า หากโซลานาได้รับการยอมรับจากสถาบันในวอลล์สตรีทในฐานะ ‘อินฟราสตรักเจอร์หลัก’ ราคาของ SOL อาจพุ่งขึ้นถึง 500 ดอลลาร์ (ประมาณ 727,350 บาท) หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 280% และบางรายมองว่าอาจแตะระดับสูงถึง 1,000 ดอลลาร์ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น SOL ยังคงติดอยู่ในแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง โดยราคามีแนวต้านแข็งแกร่งที่ระดับ 145 ดอลลาร์ (ประมาณ 210,976 บาท) ขณะที่ระดับ RSI รายวันเริ่มถดถอยหลังจากพุ่งถึงแนว ‘ซื้อเกิน’ และ MACD ก็เริ่มไร้โมเมนตัมขาขึ้นอย่างชัดเจน นักวิเคราะห์มองว่าจำเป็นต้องรอให้ราคา ‘สร้างจุดต่ำที่สูงขึ้น’ ก่อน จึงจะสามารถมองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนได้
ขณะที่โซลานากำลังขยายฐานในพื้นที่ RWA ก็มีคู่แข่งหน้าใหม่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ ‘บิทคอยน์ไฮเปอร์(Bitcoin Hyper)’ ซึ่งเป็นเครือข่ายเลเยอร์ 2 ที่มีเป้าหมายเพิ่ม ‘ความเร็วและความสามารถของสมาร์ตคอนแทรกต์’ ให้กับบิตคอยน์ โดยใช้เทคโนโลยีบางส่วนจากโซลานามาปรับใช้ โดยโครงการนี้ระดมทุนไปแล้วกว่า 30 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 437 ล้านบาท) และหากสามารถดึงการใช้งานบางส่วนจากเครือข่ายบิตคอยน์ได้สำเร็จ ก็คาดว่าจะเป็นคู่แข่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับโซลานา
ท้ายที่สุด หากโซลานาสามารถรักษาความเป็นผู้นำในแนวโน้มโทเคนสินทรัพย์ได้ ก็อาจกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกของการเงินแบบดั้งเดิม(TradFi) และการเงินแบบกระจายอำนาจ(DeFi) อย่างเต็มตัว แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ความล่าช้าในการยอมรับเทคโนโลยีจากสถาบันใหญ่ และข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ อาจเป็นอุปสรรคต่อการตอบรับของราคาในระยะสั้น
‘ความคิดเห็น’: ด้วยการที่โซลานากำลังได้รับ ‘การยอมรับจากวอลล์สตรีท’ พร้อมทั้งแผนอัปเกรดที่ชัดเจน โอกาสในการเติบโตในระยะกลางและระยะยาวยังคงน่าสนใจ แต่อย่างไรก็ตาม การเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของคู่แข่งและพัฒนาการด้านกฎระเบียบก็เป็นสิ่งที่ต้องไม่มองข้าม
ความคิดเห็น 0