หากบิตคอยน์(BTC) ทะลุระดับ 65,000 ดอลลาร์ แรงชำระบัญชี (liquidation) สะสมของสถานะ Short บนศูนย์ซื้อขายแบบรวมศูนย์ (CEX) รายใหญ่ อาจพุ่งไปแตะ 244 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 345,300 ล้านวอน) ตามข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ล่าสุด
BlockBeats รายงานเมื่อวันที่ 16 โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Coinglass ว่า หาก BTC ทะลุ 65,000 ดอลลาร์ แรงชำระบัญชี Short สะสมบน CEX รายใหญ่จะอยู่ที่ 244 ล้านดอลลาร์ ในทางกลับกัน หาก BTC ร่วงลงต่ำกว่า 61,000 ดอลลาร์ แรงชำระบัญชี Long สะสมอาจสูงถึง 253 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 358,000 ล้านวอน)
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายถึงจำนวนสัญญาที่จะถูกชำระบัญชีจริง หรือมูลค่าชำระบัญชีที่ยืนยันแล้ว BlockBeats อธิบายว่าความสูงของแท่งกราฟบนแผนที่การชำระบัญชี (liquidation map) สะท้อน 'ความสำคัญเชิงเปรียบเทียบ' กับโซนชำระบัญชีที่อยู่ใกล้เคียงกัน หรือก็คือ 'ความเข้ม' ของแรงกดดัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือดัชนีนี้แสดงให้เห็นว่าสถานะอนุพันธ์อาจได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด เมื่อราคาขยับไปแตะโซนราคานั้นๆ
ในตลาดอนุพันธ์ สถานะ Long คือการเดิมพันว่าราคาจะขึ้น ส่วนสถานะ Short คือการเดิมพันว่าราคาจะลง เมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทางจนหลักประกันไม่เพียงพอ สถานะนั้นอาจถูกบังคับปิดโดยอัตโนมัติ และหากกระบวนการนี้กระจุกตัวอยู่ในช่วงราคาใดช่วงราคาหนึ่ง ความผันผวนระยะสั้นก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
จากการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ แรงชำระบัญชี Short เหนือระดับ 65,000 ดอลลาร์ กับแรงชำระบัญชี Long ต่ำกว่าระดับ 61,000 ดอลลาร์ อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน โดยแรงชำระบัญชี Long ที่ 253 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าแรงชำระบัญชี Short ที่ 244 ล้านดอลลาร์ อยู่ 9 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 12,700 ล้านวอน)
แรงชำระบัญชีถือเป็นดัชนีเสริมที่สะท้อนระดับการถือสถานะแบบเลเวอเรจ (leverage) ในช่วงราคาหนึ่งๆ ไม่ใช่ดัชนีที่ใช้ฟันธงทิศทางราคา แยกต่างหากจากอุปสงค์-อุปทานในตลาดสปอต ปริมาณการซื้อขาย และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ประเด็นสำคัญที่ข้อมูลชุดนี้สะท้อนคือ มีสถานะเลเวอเรจสะสมอยู่ทั้งสองฝั่งของช่วงราคา BTC ระหว่าง 61,000-65,000 ดอลลาร์
ความคิดเห็น 0