เรนคว้าเงินลงทุนซีรีส์ C กว่า 3,600 พันล้าน โชว์ศักยภาพอินฟราคริปโตระดับโลก
สตาร์ทอัพด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ ‘สเตเบิลคอยน์’ อย่างเรน(Rain) จากสหรัฐฯ ชูธงเร่งขยายธุรกิจระดับโลก หลังระดมทุนซีรีส์ C ได้ถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,653 พันล้านบาท โดยบริษัทได้รับการประเมินมูลค่ากิจการสูงถึงประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท
การระดมทุนครั้งนี้มีไอคอนิค(Iconiq) เป็นผู้นำ พร้อมด้วยนักลงทุนรายเดิมอย่างกาแล็กซี ดิจิทัลของไมเคิล โนโวกราตซ์, ซาฟไฟร์ เวนเจอร์ส, ดรากอนฟลาย และไลท์สปีด รวมถึงนักลงทุนหน้าใหม่อย่างเบสเซเมอร์ เวนเจอร์ พาร์ทเนอร์ส และเฟิร์สต์มาร์ค ด้วยยอดรวมการระดมทุนทั้งหมดของเรนขณะนี้อยู่ที่กว่า 4,938 พันล้านบาท
ฟารุก มาลิก(Farooq Malik) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเรน เผยว่าในช่วงปี 2025 การใช้งานบัตรของเรนพุ่งขึ้นถึง 30 เท่า ขณะที่ปริมาณการชำระเงินเพิ่มขึ้นถึง 38 เท่า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ‘สเตเบิลคอยน์’ กำลังกลายเป็นมาตรฐานของระบบการเงินยุคใหม่ พร้อมระบุว่า “หัวใจสำคัญคือการสร้างแพลตฟอร์มที่ใช้ง่ายและตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วโลก”
เรนยังเป็น ‘พันธมิตรหลัก’ ของวีซา(Visa) และเตรียมขยายการเชื่อมโยงกับเครือข่ายการชำระเงินทั่วโลกให้ลึกยิ่งขึ้นในอนาคต เพื่อต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการใช้ ‘สเตเบิลคอยน์’ ซึ่งมีแนวโน้มได้รับความนิยมพุ่งอย่างรวดเร็ว
*‘สเตเบิลคอยน์’ อาจโตแตะ 82.6 ควอดริลเลียนบาทในปี 2030*
บลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ คาดว่า ปริมาณธุรกรรมการชำระเงินผ่าน ‘สเตเบิลคอยน์’ ทั่วโลกอาจแตะ 56.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 82.6 ควอดริลเลียนบาท ภายในปี 2030 โดยในปี 2025 คาดการณ์ว่าปริมาณชำระเงินจะอยู่ที่ประมาณ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 42.3 ควอดริลเลียนบาท
เพื่อให้เป็นไปตามเป้าดังกล่าว จำเป็นต้องมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 81% ภายในห้าปี ซึ่งรายงานระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากการยอมรับของนักลงทุนสถาบัน และความต้องการรักษามูลค่าในประเทศที่มีความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ
บลูมเบิร์ก ระบุอีกว่า ความสามารถในการคงมูลค่าของสเตเบิลคอยน์เมื่อเทียบกับเงินตรา และความคล่องตัวทางเทคโนโลยี คือสิ่งที่ผลักดันให้สินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบนี้เป็นทางออกใหม่ของระบบการชำระเงิน
*คริปโตเข้าสู่เกมการเมืองสหรัฐฯ ลุ้นกฎหมายตลาดดิจิทัลก่อนเลือกตั้ง*
แรงสั่นสะเทือนทางการเมืองของสหรัฐฯ ที่จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในปี 2026 ทำให้ความเคลื่อนไหวด้านนโยบายคริปโตเข้มข้นขึ้นอีกขั้น โดยองค์กรสนับสนุนนโยบายที่ได้รับการสนับสนุนจาก ‘คอยน์เบส’ ในชื่อ ‘Stand With Crypto’ ระบุว่า ปีนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการผลักดันกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ
องค์กรระบุว่าในปีที่ผ่านมา มีผู้สนับสนุนรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 675,000 คน รวมจำนวนสมาชิกทั้งหมดเป็น 2.6 ล้านคน กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มกดดันเชิงนโยบายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ
เป้าหมายหลักคือการผลักดัน ‘ร่างกฎหมายนวัตกรรมการเงินอย่างรับผิดชอบ’ (Responsible Financial Innovation Act) ให้ผ่านภายในปีนี้ ซึ่งถือเป็นกฎหมายหลักที่ต้องการกำหนดขอบเขตอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) และคณะกรรมาธิการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า(CFTC) สำหรับการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน
*ความคิดเห็น:* ท่ามกลางกระแสอุตสาหกรรมคริปโตที่กำลังผลักดันสู่การยอมรับระดับสากล ทิศทางของกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นหัวใจหลักในการฟอร์มเฟรมเวิร์กระดับประเทศ อันอาจมีผลต่ออนาคตของทั้งกลุ่มนักลงทุนและธุรกิจดิจิทัลทั่วโลก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาแนวโน้มการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์
แวดวงคริปโตจึงอาจได้เห็น “ระบบนิเวศ” ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและการเมือง ที่จะกลายเป็นเกณฑ์วัดของ ‘การยอมรับระดับชาติ’ ในอนาคตอันใกล้
ความคิดเห็น 0