Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

BNB Chain เปิดตัวอัปเกรด ‘เฟอร์มี’ ย่นเวลายืนยันธุรกรรมเหลือ 1 วินาที ท้าชนเชนเร็วระดับ EVM

เครือข่าย BNB ภายใต้การพัฒนาของไบแนนซ์ ได้ดำเนินการอัปเกรดครั้งใหญ่ในชื่อ ‘เฟอร์มี(Fermi)’ โดยมีเป้าหมายเพื่อย่นระยะเวลาการยืนยันธุรกรรมให้เหลือเพียง ‘ประมาณ 1 วินาที’ และเสริมประสิทธิภาพการสร้างบล็อก เพื่อให้สามารถแข่งกับเชนแบบเข้ากันได้กับเครื่องเสมือนอีเธอเรียม(EVM) ระดับแนวหน้า

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เครือข่าย BNB ได้ดำเนินการฮาร์ดฟอร์กเฟอร์มีใน BNB สมาร์ตเชน(BSC) โดยลดระยะเวลาการสร้างบล็อกจาก 0.75 วินาที เหลือเพียง 0.45 วินาทีต่อบล็อก การอัปเกรดครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ ‘ความเร็ว’ แต่ยังเสริม ‘ความแน่นอนในการยืนยันธุรกรรม’ ให้สามารถคาดการณ์ได้แม้เน็ตเวิร์กแออัด ตามที่ นีนา หลง(Nina Rong) หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ BNB Chain เปิดเผย “เราออกแบบให้ระบบสามารถยืนยันได้อย่างแน่นอน แม้ในช่วงที่เครือข่ายมีผู้ใช้งานจำนวนมาก เพื่อเสริมทั้งความ ‘เชื่อถือได้’ และ ‘ประสิทธิภาพ’ ไปพร้อมกัน”

เฟอร์มี ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของแผน ‘ลดระยะเวลาสร้างบล็อก’ ของ BNB โดยไม่ใช่การอัปเดตทั่วไป แต่เป็น ‘การปรับปรุงแกนหลักของสถาปัตยกรรมเครือข่าย’ โดยหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ‘การพัฒนาโปรโตคอลฉันทามติ’ ให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความเร็วที่เพิ่มขึ้นในระดับโหนดตรวจสอบธุรกรรม (validator) ด้วยการปรับกลไกซิงก์และการกระจายการโหวตให้มืออาชีพยิ่งขึ้น พร้อมกับเงื่อนไขที่เข้มงวดในการตรวจสอบบล็อกเพื่อช่วยลดผลกระทบในช่วงเน็ตเวิร์กแออัด

นีนา หลง ระบุเพิ่มเติมว่า "เราโฟกัสถึงประสิทธิภาพที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริง" โดยการอัปเกรดครั้งนี้จะ ‘ปรับใช้แบบอัตโนมัติและไม่มีช่วงดาวน์ไทม์’ แต่อาจแนะนำให้นักพัฒนาบางรายที่อิงกับเวลาบล็อกแบบเป๊ะ ตรวจสอบโค้ดของตนอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

การออกแบบครั้งนี้ยังคำนึงถึงกลุ่มแอปแบบเรียลไทม์ที่ต้องการความหน่วงต่ำ เช่น ดีไฟ(DeFi) แบบเรียลไทม์, เกมที่ทำงานบนเชนโดยตรง และแอปโต้ตอบอื่นๆ ที่อีเธอเรียมเลเยอร์ 1 ยังไม่สามารถตอบสนองได้ BNB Chain จึงเน้นการผสาน ‘การเข้ากันได้กับ EVM’ กับ ‘ความเร็วสูง’ เข้าด้วยกัน เพื่อเป็นทางเลือกที่แตกต่างอย่างชัดเจน

นีนา หลง กล่าวเสริมว่า “เราได้เรียนรู้จากกรณีที่เครือข่ายติดขัดในอดีต และออกแบบโครงสร้างให้สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้นโดยไม่สูญเสียเสถียรภาพ” ทั้งยังเผยว่าหลังการฮาร์ดฟอร์ก ยังมีแผนปล่อยเวอร์ชันถัดไปเพื่อ ‘ตอบสนองเมื่อระบบมีปัญหาอย่างรวดเร็ว’ ด้วย

จากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต นันเซน(Nansen) เผยว่า ในปี 2025 BNB Chain มีจำนวนธุรกรรม ‘บนเชน’ มากที่สุดเป็นอันดับสองรองจาก โซลานา(SOL) โดยทาง BNB Chain ทำสถิติได้กว่า 3.9 พันล้านรายการตลอดปี ซึ่งได้รับแรงผลักดันจาก ‘ค่าธรรมเนียมที่ต่ำ’, ‘การเพิ่มประสิทธิภาพระบบ’, และ ‘การขยายตัวของกลุ่มเหรียญมีมและดีไฟ’

นอกจากนี้ การอัปเกรดเฟอร์มียังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของ BNB Chain ที่พยายาม ‘แยกตัวจากเครือข่ายที่เน้นการกระจายศูนย์แบบอีเธอเรียม’ แล้วมุ่งสู่เครือข่ายที่ทั้ง ‘เร็ว’ และ ‘มั่นคง’ โดยตั้งเป้าให้สามารถยืนยันธุรกรรมได้ภายใน ‘ราว 1 วินาที’ เมื่อเทียบกับอีเธอเรียมเมนเน็ตที่ใช้เวลาราว 12 วินาทีต่อบล็อก

เครือข่าย BNB ยังมีแผนรองรับอนาคตจนถึงปี 2026 ด้วยการขยายความสามารถของเลเยอร์ 1 เพื่อรองรับแอปพลิเคชันที่ต้องการโครงสร้างข้อมูลหนัก, มีดีเลย์ต่ำแบบคาดการณ์ได้ และการรองรับทรานแซกชันจำนวนมาก โดยเฟอร์มีจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการก้าวเข้าสู่บล็อกเชนความเร็วสูงแห่งอนาคต และ ‘นิยามใหม่ของมาตรฐานความเร็วและประสิทธิภาพ’ ของวงการบล็อกเชน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1