หุ้นของบริษัทคริปโตพุ่งแรงตั้งแต่ต้นปี 2026 โดยหลายบริษัทปรับตัวขึ้นกว่า 50% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงกว่าการปรับขึ้นของบิตคอยน์(BTC) อย่างมาก แนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงปัจจัยเชิงพื้นฐานของบริษัทและการจัดพอร์ตใหม่ของนักลงทุนสถาบัน
แม้บิตคอยน์จะปรับขึ้นเพียงประมาณ 9% ในช่วงต้นปี แต่หุ้นคริปโตหลายตัวพุ่งขึ้น 20-50% ซึ่งมากกว่าบิตคอยน์ 2 ถึง 5 เท่า แสดงให้เห็นว่า ‘ตลาดหุ้นคริปโต’ กำลังอยู่ในช่วงของการประเมินมูลค่าใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่กระแสตลาดกระทิงของวงการคริปโตโดยรวม
บริษัทวิจัย 10x Research วิเคราะห์ว่า ตัวขับเคลื่อนกระแสนี้ ได้แก่ ‘การเพิ่มเลเวอเรจจากธุรกิจ’, ‘ความยืดหยุ่นทางการเงิน’, ‘การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน’ และ ‘แนวโน้มกฎหมายที่เอื้อต่ออุตสาหกรรม’ โดยระบุว่าเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา กองทุนหลายแห่งยังมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มคริปโตต่ำ แต่เมื่อราคาหุ้นเริ่มพุ่งขึ้น การจัดพอร์ตใหม่จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 10x Research ตั้งข้อสังเกตว่า “เราไม่ควรถามว่าหุ้นกลุ่มนี้ขึ้นไปแล้วหรือยัง แต่ควรถามว่ายังเหลือโอกาสการลงทุนอยู่อีกหรือไม่”
หุ้นที่ปรับตัวแรงที่สุดคือ เมตาแพลนเน็ต(ญี่ปุ่น) ซึ่งพุ่งขึ้นถึง 51% เมตาแพลนเน็ตถือครองบิตคอยน์จำนวนมาก และได้แถลงยุทธศาสตร์การเงินเชิงรุก ล่าสุดเมื่อราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้น ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทสูงขึ้นตาม อีกทั้งยังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนที่ต้องการเข้าถือหุ้นและสนับสนุนทุน
ตามมาด้วยหุ้นของบริษัทแกล럭ซี ดิจิทัล ที่เพิ่มขึ้น 45% หลังจากได้รับการอนุมัติให้ขยายศูนย์ข้อมูลเฮลิโอสในรัฐเท็กซัสได้อีก 830 เมกะวัตต์ ส่งผลให้สามารถรองรับกำลังไฟฟ้าได้ถึง 1.6 กิกะวัตต์ นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดตัวหลักทรัพย์ที่มีการใช้โทเคนเป็นหลักประกันบนบล็อกเชนอาวาแลนช์(AVAX) สะท้อนให้เห็นถึงการรุกเข้าสู่ตลาดการเงินผสานเทคโนโลยีอย่างจริงจัง
บริษัทย่อยอื่นอย่าง ไอเรน และ บิทเดียร์(Bitdeer) ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 42% ทั้งนี้มีหุ้นคริปโตรวม 17 รายที่ปรับขึ้นในระดับ ‘สองหลัก’ ตรงข้ามกับหุ้นของโรบินฮูด ที่ลดลง 1% และ CEA อินดัสทรีส์ ลดลง 4%
ในขณะเดียวกัน หุ้นของโคอินเบส(COIN) และโรบินฮูด(HOOD) กลับปรับตัวลดลงจากผลกระทบของกฎหมายที่ล่าช้า โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐได้เลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมาย ‘Digital Asset Market Clarity Act’ ออกไป โคอินเบสถึงกับถอนการสนับสนุนเนื้อหาในร่าง จึงยิ่งสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้น เนื่องจากเกิดความกังวลต่อการกำกับดูแลในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวมยังคง ‘ทรงตัวเชิงบวก’ บิตคอยน์(BTC) ขยับไปที่ 95,400 ดอลลาร์ ขณะเดียวกัน อีเธอเรียม(ETH) ปรับขึ้น 7.5% ตามข้อมูลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
เหตุการณ์ล่าสุดนี้ตอกย้ำว่า หุ้นของบริษัทคริปโตมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาคริปโตเคอร์เรนซี โดยแสดง ‘เอฟเฟกต์คันโยก’ ที่สูงกว่าตลาดทั่วไป แม้ราคาบิตคอยน์จะปรับขึ้นไม่มาก แต่บริษัทคริปโตที่มีโครงสร้างการเงินแข็งแรงหรือโดดเด่นด้านกลยุทธ์ ย่อมสามารถสร้างแรงส่งที่เหนือกว่า
‘ความคิดเห็น’: การปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มคริปโตในรอบนี้ ไม่ได้เกิดจากกระแสความคาดหวังเพียงอย่างเดียว แต่ได้แรงหนุนจากยุทธศาสตร์เชิงรุกของบริษัท รวมถึงความชัดเจนมากขึ้นในแนวทางกฎหมายและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สื่อให้เห็นถึงบทบาทที่ขยายตัวของ ‘ตลาดหุ้น’ ในการสะท้อนภาพรวมของวงการคริปโตยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0